Asia & K-Pop

เปิดใจ MONSTA X กับความสำเร็จ และการเติบโตบนเส้นทางดนตรีตลอด 4 ปี

MONSTA X เปิดใจผ่านบทสัมภาษณ์ของ Sports Seoul เกี่ยวกับสไตล์ดนตรี การเติบโต และเป้าหมายของวงในอนาคต

กลุ่มบอยกรุ๊ป MONSTA X ได้ทำงานอย่างหนักหน่วงตลอด 4 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดบิวต์อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2015 และความพยายามอย่างหนักส่งผลให้พวกเขาประสบความสำเร็จชนะในรายการเพลงครั้งแรกด้วยเพลง “Dramarama” เมื่อปี 2017 โดยใช้ระยะเวลาความทุ่มเทอย่างหนักกว่า 1 ปีครึ่ง กว่าจะคว้ารางวัลแรกในรายการเพลงมาได้ และความสำเร็จของเพลงนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของวง ที่มีโอกาสได้นำดนตรี KPOP เดินสายทัวร์รอบโลก

MONSTA X เป็นศิลปิน KPOP กลุ่มแรกที่มีโอกาสได้ไปแสดงใน Jingle Ball Tour ของ iHeartRadio เมื่อปี 2018 และขณะนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ครั้งที่ 3 กับ “We Are Here” 18 เมือง ในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ

ชยอนู เผยความรู้สึกว่า เขารู้สึกประทับใจ และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ไม่อยากจะเชื่อว่าเราได้เดินทางมาสู่ปีที่ 4 แล้ว “เนื่องจากพวกเรามักจะยุ่งกับการโปรโมต ผมเลยไม่ได้คิดว่ามันผ่านไปกี่ปีแล้ว ตั้งแต่ที่เราเดบิวต์ แต่เมื่อผมได้ยินว่าอีกไม่นานมันก็จะครบรอบปีที่ 4 ของเรา ผมถึงตระหนักว่ามันเป็นวันครบรอบปีที่ 4 ของเราแล้วหรอเนี่ย! มันรู้สึกได้ว่าเราทำงานหนักมาจนถึงตอนนี้ แต่อนาคตมีความสำคัญมากกว่า หากเราทำงานหนักอย่างที่เคยทำมา เราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม และผมจะตั้งตารออนาคตต่อไป” ชยอนู กล่าว

ขณะเดียวกัน กีฮยอน เสริมว่า “ผมรู้สึกขอบคุณมาก สำหรับทีมงานและแฟนๆ ของเราที่ทำงานหนักเพื่อเราในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา การสนับสนุนของบริษัทมีความสำคัญที่ทำให้เราได้แสดงความสามารถ และทำให้เราค่อยๆ เติบโตไปเรื่อยๆ แต่ที่สำคัญที่สุดเลย ทุกอย่างจะเป็นไปไม่ได้ หากเราไม่ได้รับความรัก และการสนับสนุนจากแฟนๆ ที่อยู่เคียงข้างกันมาตั้งแต่เดบิวต์จนถึงตอนนี้ พวกเขาคือคนที่มีค่ามากที่สุด จนถึงจุดที่ผมคิดว่า เราจะสามารถอยู่ได้ไหม ถ้าไม่มีแฟนๆ มาฟังเพลงของเรา ผมอยากจะบอกกับพวกเขาทุกคนว่า พวกเราจะทำงานให้หนักขึ้น เพื่อแสดงให้พวกคุณเห็นแต่สิ่งที่ดีๆ เพื่อที่เราจะได้อยู่ร่วมกันต่อไปอีกในอนาคต”

ด้านวอนโฮ กล่าวต่อว่า “ผมรู้สึกมีความสุขมาก เมื่อรู้ว่าพวกเรากำลังเติบโต การเติบโตแบบนี้ยากที่จะมองเห็น และรู้สึกได้ แต่เมื่อเราได้รับการสัมภาษณ์หลังจากการออกอัลบั้มใหม่ มีนักข่าวและผู้คนในอุตสาหกรรมบันเทิงจำนวนมากที่กล่าวชมเราผ่านรายการต่างๆ และทุกคนต่างก็พูดว่าพวกเราเติบโตขึ้นมาก ตอนนี้หลายคนรู้จักสมาชิก MONSTA X ดังนั้นผมรู้สึกขอบคุณและภูมิใจ ผมรู้สึกทะเยอทะยานมากขึ้นกว่าเดิม และจะทำงานให้หนักขึ้น เพราะว่ายังอยากได้ยินผู้คนกล่าวถึงการเติบโตของพวกเราบ่อยขึ้นครับ”

เช่นเดียวกับ มินฮยอก ที่กล่าวว่า “ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องเป็นไปได้สำหรับ MONSTA X ที่จะค่อยๆ เติบโตขึ้นไปทีละขั้นๆ จากการได้มีโอกาสเดินทางโปรโมตทั่วโลก เนื่องจากความช่วยเหลือจากหลายๆ คน โดยเฉพาะแฟนคลับของเรา MONBEBE คือหนึ่งในบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในแต่ละก้าวเล็กๆ ของพวกเรา ผมรู้สึกภูมิใจต่อพวกเขามาก และอยากจะขอบคุณอีกหลายๆ ครั้ง เพราะมันก็ยังมีอีกหลายขั้น อีกหลายอย่างที่พวกเรายังไม่ได้ทำ และแสดงให้พวกเขาเห็น ดังนั้นแทนที่เราจะหยุดนิ่งอยู่แค่นี้ เราก็หวังว่าจะทำงานให้หนัก เพื่อเตรียมความพร้อม ก้าวไปอีกขั้นให้พวกเขาเห็นครับ”

ทั้งนี้ ในการร่วมงานกันระหว่าง MONSTA X กับ BE @ RBRICK ฮยองวอน อธิบายว่า “ตุ๊กตาจะถูกปล่อยออกมาในวันครบรอบการเปิดตัวที่ญี่ปุ่นครั้งที่สองของเรา ผมคิดว่ามันเจ๋ง และน่าสนุกจริงๆ เมื่อเราได้ยินข่าวว่า ตุ๊กตานี้จะเป็นตัวแทนที่ใช้ทำและเปิดตัวสำหรับศิลปินระดับโลก และตัวละครที่มีชื่อเสียง ดังนั้นมันจึงน่าสนใจยิ่งขึ้น ผมเห็นการออกแบบแล้ว และดูเหมือนว่ามันค่อนข้างแสดงถึงสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ MONSTA X เลยล่ะ ผมอยากจะเห็นมันเร็วๆ ”
ส่วน จูฮอน กล่าวเสริมว่า “ผมมีความสุขมาก ที่เราสามารถฉลองวันครบรอบการเปิดตัวครั้งที่สองในญี่ปุ่น ด้วยความพิเศษแบบนี้ ผมคิดว่าตุ๊กตาจะเป็นของขวัญที่มีค่าสำหรับเราและแฟนๆ ของเรา เนื่องจากเป็นวันที่มีความหมาย ผมอยากจะขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้เรามีโอกาสแบบนี้”

หากพูดเปรียบเทียบเรื่องเพลง ตั้งแต่เพลงแรกที่พวกเขาเปิดตัวอย่าง Trespass จนถึงตอนนี้แล้วมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

ไอเอ็ม บอกว่า “ส่วนที่เปลี่ยนแปลง คือ มีคนจำนวนมากได้มาร่วมในเพลงของ MONSTA X สมาชิกทุกคนทำงานกันอย่างหนักเพื่อศึกษาดนตรี และเราก็มีเพลงที่แต่งขึ้นเองมากขึ้น การมีส่วนร่วมแบบอิสระอย่างนั้นทำให้สีของ MONSTA X มีความละเอียด ลึกซึ้ง ยิ่งขึ้น สิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงคือความหลงใหลในดนตรีของสมาชิก เราพยายามอย่างดีที่สุด เมื่อใดก็ตามที่เราเตรียมอัลบั้ม เราจะมีการประชุมตั้งแต่เริ่ม จนจบ และเตรียมการอย่างพิถีพิถันเพื่อเพิ่มระดับความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือระบบการทำงานของเราครับ”

“การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือเราสามารถผ่อนคลายบนเวทีได้มากขึ้น” วอนโฮกล่าวเสริมในประเด็นนี้

“ในตอนต้นของการเดบิวต์ สำหรับผม ผมคิดว่าต้องการทำให้การแสดงเสร็จสมบูรณ์โดยไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ แต่ตอนนี้ผมกลับคิดว่า ผมได้รับประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถสื่อสารและสบตากับแฟนๆ ได้มากขึ้น สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือความรู้สึกกังวลใจทุกครั้งที่ขึ้นเวที ดังนั้นก่อนการแสดงใดๆ เราจะรวมมือกัน และบอกกันและกันว่า ให้มีความสุข และเพลิดเพลินขณะอยู่บนเวทีให้สมบูรณ์ที่สุด” วอนโฮ กล่าว

เมื่อผู้สัมภาษณ์ตั้งคำถามอีกว่า MONSTA X เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมจากสาธารณชนมากขึ้น ฮยองวอน ตอบว่า “ก่อนที่จะออกอัลบั้ม เราจะให้ความสนใจอย่างมากกับความแตกต่างทางดนตรี และแนวความคิดจากอัลบั้มก่อนหน้า ผมคิดว่าเราสามารถสร้างโลกแห่งดนตรีของเราผ่านกระบวนการเหล่านั้น สำหรับมุมมองของเราเกี่ยวกับโลก เรากำลังดำเนินการต่อเพื่อบอกเล่าเรื่องราวใหญ่ๆ ของเราอย่างละเอียด ดังนั้นผมคิดว่าหลายๆ คนกำลังมองดูเราอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากเรามีแนวคิด และกระบวนการของเราเอง”

ไอเอ็ม เสริม“ อาจมีหลายเหตุผล แต่ผมคิดว่าเราสามารถมีความมั่นใจในสีของเพลงของเรา เมื่อเราได้รับชัยชนะครั้งแรกในรายการเพลงด้วย ‘Dramarama’ ก่อนหน้านั้น จึงมาสู่กระบวนการร่วมกันค้นหาว่า เพลงประเภทไหนที่จะดีสำหรับเรา เหมาะกับเรา ต่อจากนั้นเราก็มาคิดเกี่ยวกับวิธีที่จะก้าวไปพร้อมกับสีที่เราพบ และนั่นช่วยให้เราเติบโต เนื่องจากเราพบสีที่เหมาะกับ MONSTA X เป็นอย่างดี เราจึงสามารถนำไปใช้ได้ในทางที่ดียิ่งขึ้น”

ในเป้าหมายที่น่าจดจำที่สุด ที่สมาชิกได้พูดคุยกันตั้งแต่ เปิดตัว ฮยองวอน เปิดเผยว่า “มีเป้าหมายต่างๆ ในทุกช่วงเวลา เป้าหมายของทุกคนมีความหมาย แต่ผมรู้สึกว่ามันมากขึ้น ในขณะที่เตรียมทัวร์รอบโลกนี้ ผมคิดว่ามันมีความหมายจริงๆ ที่เรากำลังจัดเวิร์ลทัวร์รอบที่ 3 มันคือความฝันที่พวกเราฝันกันมาตลอด นอกจากนี้ยังสัมผัสได้ว่ามีผู้คนมากมายทั่วโลกกำลังให้กำลังใจเรา ผมเลยรู้สึกอยากขอบคุณแฟน ๆ ของเราอีกครั้งด้วยความจริงใจ”

อย่างไรก็ตาม มินฮยอก กล่าวสรุปว่า “การชนะครั้งแรกในรายการเพลง ผมคิดว่าการได้อันดับที่หนึ่งในรายการเพลง เป็นสิ่งที่ศิลปินหน้าใหม่ ต่างฝันเป็นครั้งแรก เราใช้เวลาหนึ่งปีครึ่งกว่าที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ ดังนั้นมันจึงมีคุณค่า และมีความหมายมากยิ่งขึ้น ผมยังจำช่วงเวลานั้นได้ที่สมาชิกต่างตะโกนและตกใจบนเวที ผมคิดว่าต่อไปนี้มันเป็นโอกาสสำหรับ MONSTA X ที่จะเติบโตได้อีกมากยิ่งขึ้น”

Click to comment

Leave a Reply

To Top
%d bloggers like this: