Asia & K-Pop

บังชีฮยอก พูดถึงวิสัยทัศน์ของ HYBE ในฐานะที่เป็น หนึ่งใน 100 บริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุด ของโลก

เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา นิตยสารชื่อดัง TIME magazine ได้เผยแพร่บทความ และบทสัมภาษณ์ของ BTS และ บังชีฮยอก ระธานคณะกรรมการบริษัท และโปรดิวเซอร์ใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลัง Big Hit Music และ HYBE corporation

BTS และบังชีฮยอกได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME อันโด่งดัง เนื่องจาก HYBE ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน ‘100 บริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุด’ จากการจัดอันดับของ TIME ล่าสุด ซึ่งในบทสัมภาษณ์ของ บังชีฮยอก เขาได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ของเขา เกี่ยวกับ HYBE รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างของบริษัท

บังชีฮยอก ได้กล่าวกับนิตยสาร TIME ว่า ” เกี่ยวกับ วิสัยทัศน์ของ HYBE นั้น บริษัทมีเป้าหมายที่สูงมาโดยตลอด เราวางวิสัยทัศน์ของเรา คือ การเป็นแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ความบันเทิงชั้นนำของโลก โดยมีดนตรีเป็นรากฐานของเรา”
ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ HYBE มีจุดเริ่มต้นจากศูนย์ โดยตัวของ บังชีฮยอก เริ่มต้นด้วยการคัดเลือกคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเจ็ดคนจากเกาหลี เพื่อก่อตั้งวง BTS แม้ว่าก่อนหน้านี้ บริษัทเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Big Hit Entertainment ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นบริษัทด้านความบันเทิงขนาดเล็กที่บริหารจัดการศิลปินเพียงกลุ่มเดียวแต่ตอนนี้แต่ก็เติบโตจนกลายเป็นบริษัทด้านความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ แถมยังขยายธุรกิจไปยังสาขาต่างๆ นอกเหนือจากการจัดการ

TIME ระบุว่า “HYBE ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทสื่อในสหรัฐฯ Ithaca Holdings ซึ่งจัดการ Justin Bieber, J Balvin และ Ariana Grande ด้วยมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และยังลงทุนด้านคริปโตกว่า ลงทุนกว่า 420 ล้านดอลลาร์ รวมถึงขยายธุรกิจในญี่ปุ่น และในสหรัฐฯ ก็ยังมี Weverse ซึ่งเป็นแอปโซเชียลมีเดียสำหรับแฟนๆ ของศิลปินที่มีผู้ใช้เกือบ 7 ล้านคนต่อเดือน”

นอกจากนี้ บังชีฮยอก ยังอธิบายโครงสร้างของ HYBE และทิศทางที่กำลังจะมุ่งหน้าออกไป TIME อธิบายว่า ” HYBE ประกอบด้วยสามภาคส่วน: ทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปิน เทคโนโลยี และการสร้างโลก โดย BTS ก็พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานนั้น เพื่อ ปู่ทางไปสู่เส้นทางใหม่สู่การครองใจตลาดโลกแม้ในช่วงล็อกดาวน์”

ด้าน RM ลีดเดอร์วง BTS อธิบายว่า “แนวคิดคือการปล่อยเพลงใหม่เพื่อปลอบประโลมใจผู้คน และรักษาจิตใจของพวกเขาผ่านดนตรีของเรา ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ เมื่อเป็นการยากที่จะพบปะและโต้ตอบทางร่างกาย ผลลัพธ์ที่ออกมา คือ ‘Dynamite’ ‘Butter’ ‘Permission to Dance’ ‘”

นอกจากนี้ HYBE ยังเจาะลึกธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ เปิดตัว Weverse ซึ่งเป็นแอปแบบโต้ตอบสำหรับแฟน ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับศิลปินคนโปรดของพวกเขา ตอนนี้ Weverse เป็นหนึ่งในแอพโต้ตอบที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแฟน ๆ HYBE ได้ขยายธุรกิจเพื่อสร้างความแตกต่างจากบริษัทบันเทิงอื่นๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้ว

ด้วยการขยายตัวของธุรกิจเทคโนโลยีของ HYBE ทำให้ BTS และศิลปิน HYBE คนอื่นๆ สามารถมีส่วนร่วมต่อแฟนๆ ผ่านเนื้อหาต่างๆ ที่จัดหาให้ผ่านชุมชนแฟนคลับ เช่น Weverse และ VLIVE ชูก้าอธิบายว่า “ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ บริษัทได้จัดคอนเสิร์ตออนไลน์และสร้างชุมชนแฟนๆ [ทั่วโลก]”

อ่านฉบับเต็มได้ที่ เว็บไซต์ TIME magazine

Most Popular

To Top
%d bloggers like this: