Asia & K-Pop

ฮยอนจู อดีตสมาชิกวง APRIL เขียนแถลงการณ์ส่วนตัว ยืนยันเจ็บปวดจากการถูกกลั่นแกล้งของเพื่อนร่วมวงและบริษัทไม่ดูแล

ฮยอนจู อดีตสมาชิกวง APRIL ออกแถลงการณ์ส่วนตัว เกี่ยวกับข้อพิพาทของเธอกับอดีตต้นสังกัดและข้อกล่าวหาที่ว่าเธอถูกเพื่อนร่วมวงกลั่นแกล้ง

อย่างที่ทราบก่อนหน้านี้เกิดประเด็นร้อนในโลกอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเกี่ยวกับวง APRIL หลังจากน้องชายและคนใกล้ชิดของ ฮยอนจู ออกมาโพสต์ถึงสาเหตุที่ทำให้ ฮยอนจู ต้องออกจากวงเอพริล โดยเฉพาะการระบุว่าถูกกลั่นแกล้งโดยเมมเบอร์ภายในวงจนถึงจุดที่พยายามฆ่าตัวตาย

โดยตอนนั้นทาง DSP Media ต้นสังกัดของ APRIL ก็ออกแถลงการณ์ชี้แจง โดยยืนยันบริษัทให้การสนับสนุนเส้นทางที่อีฮยอนจูต้องการอย่างเต็มที่ ซึ่งข้อกล่าวหาในอินเทอร์เน็ตนั้น ที่ไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ทำให้เกิดความเสียหายทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายอีฮยอนจูและฝ่าย APRIL ซึ่งบริษัทก็ประกาศจะใช้ข้อกฎหมายในการจัดการข่าวที่ไม่เป็นความจริง

ล่าสุดในวันที่ 18 เมษายน ฮยอนจู ได้ใช้อินสตาแกรมส่วนตัว เขียนแถลงการณ์ของตัวเองเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยเธอเขียนว่า

สวัสดีค่ะ นี่ อีฮยอนจู

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ฉันรู้สึกกลัวที่จะเปิดเผยคำพูดของตัวเองออกไป แม้แต่ตอนนี้ฉันก็รู้สึกกลัวมาก

ในตอนนี้ทางต้นสังกัดของฉัน ได้ออกแถลงการณ์ที่แตกต่างไปจากความจริง และพวกเขายังได้ฟ้องน้องชายของฉันซึ่งยังเป็นนักศึกษารวมถึงคนรู้จักของฉัน

นอกจากนี้ยังมีพ่อแม่ของผู้ที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อความตำหนิตัวฉัน รวมถึงพ่อแม่ของฉันด้วย

เป็นเรื่องจริงที่ตัวฉันลังเลอยู่นาน เพราะฉันกลัวว่า พวกเขาจะทำให้ฉันทุกข์ทรมานมากขึ้น หากฉันออกแถลงการณ์ส่วนตัวออกไป
อย่างไรก็ตามเพื่อเห็นแก่คนที่สนับสนุนและมอบความกล้าให้ฉัน ทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันก็ต้องรวบรวมความกล้าอย่างน้อยก็ในตอนนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงเขียนสิ่งนี้

ฉันขอชี้แจงว่า การกลั่นแกล้งเริ่มต้นในปี 2014 ตอนที่ตัวฉันกำลังเตรียมตัวสำหรับการเดบิวต์และดำเนินต่อไปจนถึงปี 2016 เมื่อฉันออกจากวง ตอนนั้นฉันอายุ 17 ปีต้ องอาศัยอยู่ในหอพักในขณะที่เตรียมเดบิวต์ ดังนั้นฉันจึงต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันกับ ผู้กระทำผิดในสถานที่ที่ไม่มีใครสามารถพึ่งพาได้

และเมื่อสุดท้ายฉันไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ฉันได้บอกกับพ่อแม่เกี่ยวกับความทุกข์ที่ฉันได้รับ และพ่อแม่ของฉันก็พยายามพูดคุยกับ ซีอีโอ อย่างไรก็ตามฉันถูกพบว่า ตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกตำหนิซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากที่ผู้กระทำผิดรู้เรื่องนี้ พวกเธอก็ทรมานฉันมากยิ่งขึ้น ฉันได้รับอนุญาตให้โทรหาพ่อแม่สั้น ๆ และต่อหน้าผู้จัดการของเราเท่านั้นและด้วยวิธีนี้สถานการณ์ก็แย่ลงเรื่อยๆและฉันก็รู้สึกตัวเล็กลงเรื่อย ๆ

จริงๆแล้วสิ่งสาธารณะรับรู้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น ในช่วงสามปีที่ผ่านมา

ฉันถูกบังคับให้ต้องทนทุกข์ทรมานเนื่องจากการกระทำและพฤติกรรมที่รุนแรงการเยาะเย้ยสบถและโจมตีตัวฉัน และมันเจ็บปวดอย่างยิ่งที่ต้องทนฟังคำสบประมาทอย่างไร้เหตุผล และพาดพิงมายัง คนในครอบครัว ทั้งคุณยาย แม่ พ่อ รวมถึงน้องชาย ซึ่งทางต้นสังกัดรู้เรื่องนี้ แต่กลับมองโดยไม่ใช้มาตรการใด ๆ ในการตอบสนอง

ด้วยเหตุนี้ตัวฉันจึงตกอยู่ในความมืดมิด ซึ่งมองไม่เห็นจุดจบ ดังนั้นฉันตัดสินใจอย่างสุดโต่ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกอะไร หรือ จะคิดแม้จะเอ่ยคำขอโทษแม้แต่น้อยนิด ด้วยเหตุผลที่ต้นสังกัดก็พยายามที่จะมาลงโทษฉันฝ่ายเดียว ดังนั้นตัวฉันจึงตัดสินใจออกจากกลุ่มและ ด้วยเหตุนี้ทำฉันจึงต้องเผชิญกับความคิดเห็นที่มุ่งร้ายซ้ำ ๆ การเยาะเย้ย และแม้แต่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ

แน่นอนเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นความผิดของฉันเองเพียงคนเดียว ฉันทำให้ครอบครัวของฉันมีรอยแผลเป็นที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นฉันจึงพยายามใช้ชีวิตอย่างขยันขันแข็งคิดบวกและพยายามมีสุขภาพดี

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเวลาจะผ่านไปได้ซักระยะแล้ว แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะลืมความทรงจำเกี่ยวกับความยากลำบากที่ผ่านมา
ความทรงจำที่มืดมนในช่วงเวลานั้นยังคงอยู่ในมุมหนึ่งของหัวใจ และมันกลายเป็นบาดแผลที่ดูเหมือนว่ามันจะกลืนกินฉันไปทั้งตัว

ฉันพยายามที่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งไม่เพียงส่งผลเสียต่อตัวเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้คนรอบข้างด้วย

ในขณะที่ฉันกำลังทำสิ่งนี้เพื่อผู้คนรอบตัว ฉันพยายามที่รวบรวมความกล้า เพื่อน้องชายและคนรู้จักที่ออกมาเป็นด่านหน้า

จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า มีคนมากมายที่เชียร์ฉันและฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับใครก็ตามที่ให้กำลังใจ ขอบคุณหลายๆคนที่กังวลเกี่ยวกับฉัน และถามฉันว่าฉันเป็นอย่างไรบ้างในแต่ละวันฉันก็เข้มแข็งขึ้นได้

ฉันยังได้เรียนรู้ว่ามีหลายคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากบาดแผลทางอารมณ์ที่คล้ายกับของฉัน

ดูเหมือนว่าการกลั่นแกล้งและการเหยียดหยามที่เราประสบเมื่อครั้งเรายังเป็นเด็ก มันจะอยู่กับเราเหมือนแผลเรื้อรังที่ไม่มีทางหาย
ฉันคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนในโลกจะเข้ากับฉันได้ และบางครั้งความรู้สึกเกลียดชังก็สามารถพัฒนาได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตามฉันไม่คิดว่าความรุนแรงหรือการกลั่นแกล้งจะเป็นสิ่งที่ชอบธรรมไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ฉันเชื่อว่าการเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งต่อใครก็ตาม ไม่ควรจะเกิดขึ้น

นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องการแสดงออกให้ผู้คนที่เคยผ่านความเจ็บปวดเช่นเดียวกับตัวฉันเองรู้ว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสามารถฟื้นตัวจากบาดแผลและมีชีวิตที่มีความสุขและมีสุขภาพดีได้อีกครั้ง

ฉันยังต้องการตอบแทนคนที่สร้างบาดแผลให้ฉันด้วยการแสดงให้พวกเขาเห็นว่าฉันเอาชนะสถานการณ์นี้ได้แล้ว

ฉันขอขอบคุณอย่างจริงใจที่ให้การสนับสนุนและความเข้มแข็งแก่ฉันคุณได้มอบความกล้าหาญให้กับฉันเป็นอย่างมาก

ส่วนกิจกรรมโปรโมตทั้งหมดของฉันผ่านทางต้นสังกัดถูกระงับ และเมื่อมีงานใหม่ใดๆที่เสนอให้ฉัน ก็จะถูกปฏิเสธฝ่ายเดียวโดยไม่ได้ปรึกษาฉัน เอเจนซี่ยังระบุด้วยว่าพวกเขาไม่สามารถยกเลิกสัญญาพิเศษของฉันได้

จากนี้ไป ฉันจะไม่ยืนเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียวแล้ว ฉันจะลุกขึ้นมาดำเนินการเพื่อปกป้องตัวเองครอบครัวและคนรู้จักของฉัน

นอกจากนี้ฉันยังจะต่อสู้กับการฟ้องร้องคดีอาญาที่ต้นสังกัดของฉันได้ยื่นฟ้อง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ฉันจะพยายามแสดงให้คุณเห็นว่าฉันฟื้นตัวจากกิจกรรมมากมายและด้านใหม่ที่มีสุขภาพดีและสดใสขึ้นของตัวเองหลังจากที่ฉันสรุปเรื่องนี้ได้ดีและทิ้งอดีตที่ยากลำบากของฉันไว้เบื้องหลัง

สำหรับทั้งตัวเองและทุกคนที่อ่านคำเหล่านี้ ฉันหวังว่าช่วงเวลาที่เหลือของเดือนนี้พวกคุณจะมีความสุขและรู้สึกอบอุ่น

ขอบคุณมาก

อ่านอัปเดตล่าสุด

ที่มา Soompi

To Top
%d bloggers like this: