Asia & K-Pop

ZERO: FEVER Part. 1 มินิอัลบั้มใหม่สุดร้อนแรง ต้อนรับการกลับมาของหนุ่มๆ ATEEZ

หลังจากปล่อยซีรี่ส์อัลบั้ม “TREASURE” ไปแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสามารถทำลายสถิติใหม่โดยการติดอันดับบนชาร์ต iTunes Albums มากกว่า 36 ประเทศทั่วโลกมาแล้ว พร้อมกับการทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Korea’s Gaon Albums และ Hanteo Global นอกจากนั้น พวกเขายังได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Worldwide Fans’ Choice award จากเวที MAMA ในปี 2019 และรางวัล Next Generation จากเวที Golden Disc Awards ครั้งที่ 34 ซึ่งถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จและการเติบโตในอุตสาหกรรมดนตรีอย่างยิ่งใหญ่แม้จะเดบิวต์มาได้ไม่นาน นอกจากความสามารถของพวกเขาแล้ว ATEEZ ยังมีคอนเซ็ปต์และการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้พวกเขาเป็นที่ชื่นชอบและน่าจับตามองของแฟนๆทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ ATEEZ ได้ปล่อย diary film ของมินิอัลบั้ม “ZERO: FEVER Part. 1” ความยาว 16 นาทีให้แฟนๆได้ชมเรื่องราวของเขาไปแล้ว การันตีได้เลยว่าเรื่องราวของมินิอัลบั้มใหม่นี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กันแน่นอน

“ZERO: FEVER Part. 1” เป็นเรื่องราวก่อนจะมาเป็น “TREASURE” ที่กล่าวถึงการเดินทางก่อนจะมาเป็นพวกเขา 8 คนที่พวกเขาต่างวิ่งไล่ความฝันไปด้วยกันด้วยหัวใจที่เต้นระรัว และไม่สนใจว่าโลกกำลังจะตัดสินเขาอย่างไร แต่ถึงอย่างนั้น ความสุขเหล่านั้นก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป ความฝันที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ด้วยกันต้องพังทลายเพราะโดนคลื่นแห่งความเป็นจริงสาดซัด ทำให้พวกเขาต้องแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น หนุ่มๆ ATEEZ ก็หวนกลับมาเจอกันเพื่อรวมความฝันที่มีอยู่ให้เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

พวกเราต่างก็ต้องเคยเจอช่วงเวลาที่ตื่นเต้นมาก่อน บางทีมันอาจจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิต เต็มไปด้วยแรงปรารถนา แต่อาจถูกดับลงด้วยความหนาวเหน็บที่เรียกว่าความเป็นจริง หรือแม้กระทั่งความหนาวเหน็บภายในใจของเรา เราต่างถูกทิ้งให้อยู่กับความสิ้นหวัง แล้วอะไรล่ะ คือความต้องการที่แท้จริงของเรา? หรือแท้จริงแล้ว เราแค่ต้องการหันหลังให้เพื่อที่จะได้ลืมความฝันเหล่านั้นไป มินิอัลบั้มนี้จึงเป็นเสมือนสารที่ทรงพลัง ส่งต่อให้กับแฟนๆทุกๆคน

“ผมจะเป็นตัวของตัวเอง เมื่อผมได้ทำในสิ่งที่รัก” พวกเขากล่าวขึ้น ยืนยันที่จะไม่อยู่ภายใต้กรอบของสังคมที่ถูกกำหนดไว้ เขาจะเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางด้วยตัวเอง ภายในมินิอัลบั้มนี้ ATEEZ จะกลับมาด้วยสไตล์เพลงและการแสดงที่มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้นโดยการสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาเองในแบบฉบับของพวกเขา “ZERO: FEVER Part. 1” จึงประกอบไปด้วยซิงเกิ้ลโปรโมทถึงสองเพลงสุดเท่ที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน หนุ่มๆ ATEEZ ต่างแสดงความเป็นตัวเองที่แตกต่างกันในมิวสิควิดีโอและภาพปกอัลบั้ม

“THANXX” หนึ่งในซิงเกิ้ลโปรโมท มีสไตล์ดนตรีฮิปฮอปกับเพลงป็อบผสมผสานกัน นอกจากนั้น ยังมีเสียงกีต้าร์กลิ่นอายละตินเข้ามาช่วยเสริมให้เนื้อเพลงมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

ในขณะที่อีกหนึ่งซิงเกิ้ลโปรโมทอย่าง “INCEPTION” นั้น ก็มีเอกลักษณ์และสไตล์เพลงที่แตกต่าง ผสมผสานกับท่วงทำนอง EDM ที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงและนุ่มนวลไปพร้อมๆกัน นอกจากนั้น พวกเขายังได้แสดงความรู้สึกผ่านบทเพลงที่ชวนให้นึกถึงการวิ่งไล่ตามความฝัน ที่จะส่งให้พวกเขามีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ชมภาพปก

รายชื่อเพลง

1.Dear Diary: 2016.07.29 เรื่องราวต่างๆก่อนที่จะมาเป็น ATEEZ

2.FEVER มีสไตล์ R&B ซึ่งจะเป็นสไตล์เพลงหลักของตัวอัลบั้ม “ZERO: FEVER” เป็นเรื่องราวของพวกเขาที่กำลังไล่ล่าหาความตื่นเต้น ความกระวนกระวาย ความสับสน และเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะในช่วงกลางดึกในฤดูร้อน ที่ทั้งสวยงามและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

3.THANXX *Lead track มีสไตล์กีต้าร์แบบละตินที่โดดเด่น อีกหนึ่งสารที่ส่งให้ทุกคนยืนหยัดเดินตามความฝันของตัวเอง เพิ่มความสนุกสนานของเพลงด้วยการแร็ปที่เข้ากับเสียงร้องของพวกเขาได้อย่างลงตัว

4.TO THE BEAT อีกหนึ่งเพลงที่มีสไตล์ฮิปฮอปเป็นเอกลักษณ์ เสียงทุ้มต่ำของลีดเดอร์ “Hongjoong” ทำให้เพลงนี้น่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังเป็นอีกหนึ่งเพลงที่โชว์พลังของหนุ่มๆ ATEEZ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสารให้ทุกคนออกมาเต้นในท่วงทำนองของตัวเอง และลืมกรอบเดิมๆไว้ข้างหลัง

5.INCEPTION *Lead Track เพลงที่มีกลิ่นอายของเพลง EDM ผสมผสานกับเสียงร้องที่นุ่มนวล กล่าวถึงบางอย่างที่เหมือนจะอยู่ใกล้ราวกับความฝัน แต่แท้จริงนั้นแสนห่างไกล

6.Good Lil Boy อีกหนึ่งเพลงที่โดดเด่นด้วยดนตรีสไตล์ตะวันตก ผสมผสานด้วยเสียงกลองและกีต้าร์เบส กล่าวถึงปัญหาที่เราจะต้องเผชิญในคำสบประมาทจากผู้ใหญ่ที่มักจะกล่าวว่าทางของพวกเขามักถูกเสมอ ที่ถูกถ่ายทอดด้วยท่วงทำนองที่ทรงพลัง

7.One Day At A Time “ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี แค่ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป” ทำนองเพลงมุมบาตอนแบบ R&B ที่กล่าวถึงการผ่านเรื่องราวต่างๆไปได้ด้วยกันของพวกเขา ถูกถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลของเหล่าเมมเบอร์

To Top
%d bloggers like this: