Event

Kolour In The Park เทศกาลดนตรีในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

คัลเลอร์ (Kolour) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเว้นท์และปาร์ตี้แบบเต็มวันลำดับต้นๆของประเทศไทย เผยรายละเอียดงาน “สิงห์ มิวสิค พรีเซนต์: คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค” (Singha Music Presents: Kolour In The Park) ประจำปี 2020 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์เทศกาลดนตรีในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ผ่านการมอบพื้นที่ที่ปราศจากการแบ่งแยก เพื่อหล่อเลี้ยงชุมชนคนรักเสียงเพลงที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่นและเต็มไปด้วยความหลากหลาย คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ครั้งที่ 6 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2563 ณ ไทยเวคพาร์ค ลำลูกกาคลอง 6 จังหวัดปทุมธานี

เทศกาลดนตรีแบบเต็มวันในครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของทีมผู้จัด ที่อยากจะมอบประสบการณ์ทางดนตรีกลางแจ้งที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้แก่ผู้มาร่วมงาน เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่า เทศกาลดนตรี คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ในครั้งนี้จะมอบประสบการณ์ดนตรีหลากหลายรูปแบบในลักษณะที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน พร้อมพาทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัดด้านประสบการณ์ดนตรีรูปแบบเดิมๆ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผู้จัด ศิลปินและคอเพลง ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ อันได้แก่ Singha, Rip Curl, Bangkok Vodka, Red Bull, Pullman Bangkok Hotel G, Grab, Cabin Zero และ  Guss Damn Good

เพื่อเป็นมาตรวัดความสำเร็จ​ของการอยู่ในวงการครบหนึ่ง​ทศวรรษ​ในฐานะ​ผู้จัดงานดนตรี ทีมคัลเลอร์​ได้ต้อนรับ​ผู้มาร่วมงานมาแล้วกว่า 45,000 คน จาก 35 ประเทศ และได้นำศิลปินกว่า 100 ชีวิตจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ณ สถานที่จัดงานกว่า 45 ที่ทั่วประเทศไทย ทีมคัลเลอร์​ได้ประกาศ​ถึงจุดมุ่งหมาย​ใหม่ของทิศทาง​งานเทศกาล​ดนตรี​  คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ซึ่งเป็นเทศกาล​ที่ได้รับการยอมรับว่ามีเอกลักษณ์และมีคนจับตารอมากที่สุดของปี

โคราน มาโลนีย์ หนึ่งในทีมผู้ก่อตั้ง คัลเลอร์ กล่าวว่า “คัลเลอร์ เป็นเสมือนพลังที่มีหน้าที่ผลักดันและฟูมฟักความรัก ความใส่ใจที่คนในวงการมีต่อเทศกาลดนตรี มีหลายครั้งที่งานเทศกาลดนตรีถูกจัดขึ้นด้วยความตั้งใจผิดๆ และความตั้งใจเหล่านี้มักจะถูกสะท้อนออกมาอย่างผิดๆในภายหลัง ในทางตรงกันข้าม คัลเลอร์ ถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แทนความเท่าเทียม รวมทั้งเป็นผู้มอบความสุข และสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นให้แก่ผู้มาร่วมงานทุกคนที่ก้าวผ่านประตูของเราเข้ามา ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยข้อบังคับและแรงกดดันอยู่แล้ว ทุกคนควรจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้หลีกหนีจากความวุ่นวาย และค้นพบความสงบในตนเอง คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค คือสถานที่แห่งนั้น

เราคืองานเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองประสบการณ์การเป็นมนุษย์ในรูปแบบสุดเหวี่ยงอย่างที่มนุษย์เป็นจริงๆ เราทำหน้าที่เปิดโลกทัศน์ให้แก่ผู้คนที่เดินทางมาจากวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบ ผู้ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายกับบทเพลงกระแสหลักที่มีรูปแบบเดิมๆ และกำลังมองหาประสบการณ์ด้านเทศกาลดนตรีที่ยากจะลืมเลือน เรามีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพวกเขาผ่านการนำเสนอศิลปินที่มีความสร้างสรรค์ มีความตั้งใจที่จะแบ่งปันความสุขให้แก่ผู้คน และไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง เราเชื่อว่าผู้มาร่วมงานทุกคนควรเปิดใจน้อมรับความมหัศจรรย์ในช่วงเวลานั้นๆ นอกจากนี้ เรายังเชื่อในพลังของการนำเอาบทเพลง สถานที่และผู้คนที่ใช่มาอยู่ร่วมกันในเวลาที่เหมาะสม ดังนั้น เราขอเชิญทุกคนกดปุ่มหยุด แล้วมาสนุกไปพร้อมๆกันกับเรา”

ิลปินในปีนี้ได้แก่ โปรดิวเซอร์และดีเจระดับตำนานจากแอฟริกาใต้อย่าง Black Coffee และ นักร้องสาว Sabrina Claudio นอกจากนี้ยังมีศิลปินขาประจำของคัลเลอร์อย่าง ATMA and Dark White และศิลปินหน้าใหม่ อาทิ Miss Foster, Gioli & Assia, Pyra, Rabbit Disco, และ Running Touch พร้อมขึ้นแสดงบนเวทีถึง 3 เวที กว่า 15 ศิลปิน​ เพื่อนำเสนอดนตรีหลากสไตล์หลายรูปแบบ

เริ่มจากเวที Park ซึ่งจะเน้นการแสดงแบบ Live Vocals พร้อมดนตรีสนุกสุดมันส์เอาใจขาแดนซ์ จากวงดนตรีและศิลปินที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลก ในขณะเดียวกัน เวที Shelter จะนำเสนอดนตรีสไตล์ House และ Techno ในบรรยากาศปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยงสไตล์ Rave ที่สะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคัลเลอร์ ถ้าใครสนใจดนตรีสไตล์ดิสโก้หรือมองหาดนตรีฟังสบายระหว่างวัน ก็อาจจะลองแวะไปที่เวที Water นำโดย Disco Diaries ณ บริเวณสระน้ำสำหรับกีฬาเวคบอร์ด ซึ่งเวทีดังกล่าวจะเปลี่ยนไปเล่นดนตรีที่มีความหนักแน่น เร้าใจยิ่งขึ้นหลังช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน นอกจากดนตรีแล้ว คัลเลอร์ยังเตรียมกิจกรรมสนุกๆไว้ให้ผู้มาร่วมงานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาเวคบอร์ด นิทรรศการศิลปะแบบอินเตอร์แอคทีฟ ฟู้ดมาร์เก็ต บริการนวดไทย การแสดงสดในรูปแบบต่างๆ รวมถึงตลาดนัดรวมเสื้อผ้าแฟชั่นและของกระจุกกระจิก

ผู้ที่สนใจสามารถซื้อตั๋วปกติผ่านช่องทางออนไลน์ได้ในราคา 1,700 บาท (สำหรับตั๋วทั่วไป) และ 1,900 บาท (สำหรับตั๋วชุดสุดท้าย) สำหรับผู้ที่ต้องการมาซื้อตั๋วหน้างาน สามารถซื้อได้ในราคา 2,100 บาท สำหรับตั๋ว Kolour Plus+ สามารถซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ในราคา 2,900 บาท และซื้อหน้างานได้ในราคา 3,900 บาท ซื้อตั๋วและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kolourinthepark.com  

Most Popular

To Top
%d bloggers like this: