Article

[รีวิว] Post Malone อัลบั้ม Hollywood’s Bleeding ความดาร์กที่มันส์ละมุน

*คำเตือน* ด้วยความสตรองของเพลง Posty ภาษาที่ใช้ในบทความนี้จึงสตรองไปด้วย

คงไม่มีศิลปินคนไหนที่มีความหลากหลายในตัวเองและผลงานจนจำแนกไม่ได้ว่าอยู่ genre ไหนกันแน่อย่าง Post Malone หลายคนมองว่าเขาเป็นแรปเปอร์ แต่เพลงของเขาแทรกซึมเข้าไปในชาร์ตดนตรีแทบจะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น pop, rock, trap หรือ hip hop

Posty อาจจะดูมีความเป็นตุ๊กตาหมีอบอุ่นที่ไม่ค่อยได้หวีผม รอยสักเต็มหน้า ฟันก็มีกริลส์ตามวิถีแรปเปอร์ ตาเยิ้มกรึ่มๆ มือถือแก้วดริ้งค์ไว้ข้างหนึ่งตลอดเวลา แต่ลุคของเขาก็ไม่ได้จำกัดความสามารถทางดนตรีของเขาเลย นอกจากจะเป็นนักดนตรีที่มีพรสรรค์ในการเล่นกีต้าร์อย่างไพเราะได้อารมณ์แล้ว เสียงขับร้องแบบแหบเสน่ห์ของเขาก็สะกดผู้ฟังได้อย่างน่าทึ่ง

ในอัลบั้มที่ 3 Hollywood’s Bleeding ของ Posty นี้มีทั้งหมด 17 เพลง และความพิเศษอยู่ที่การโชว์พลังเสียงขับร้องหลากระดับ ความสตรองของท่อนฮุกในแทบจะทุกเพลงซึ่งส่งผลให้อัลบั้มนี้ฟังเพลินและติดหูได้ไม่ยาก ใน 17 เพลงนั้นมี 7 เพลงที่ฟีเจอริ่งศิลปินดังถึง 10 คน หนึ่งในนั้นเป็นระดับราชาแห่งร็อคด้วยคือลุง Ozzy Osbourne ในเพลง “Take What You Want” (feat. Travis Scott) ส่วนระดับเจ้าหญิงแห่งป๊อป/อีโมก็ไม่ขาด ได้ Halsey มาร่วมด้วยในเพลง “Die For Me” (feat. Future ด้วยอีกคน) นอกจากนั้นก็มีแรปเปอร์มาแรงอย่าง Da Baby, Lil Baby และรุ่นพี่ที่ครองชาร์ตเพลงมาแล้วอย่าง Future, Meek Mill, Swae Lee, Young Thug แถม SZA ก็มาให้ยืมเสียงเพราะๆ ของเธอในเพลง “Staring At The Sun”

แม้ว่าจะมีศิลปินดังมาร่วมงานกับอัลบั้มนี้หลายคน แต่ความน่าสนใจของอัลบั้มนี้คือไม่มีใครเด่นแย่งซีนใคร ทุกคนเต็มที่กับพาร์ทของตัวเองและเป็นส่วนหนึ่งของเพลงได้อย่างกลมกลืน

อีกความสตรองของ Posty คือแม้ว่าเนื้อร้องของบางเพลงจะไม่พิถีพิถันมาก หลายท่อนค่อนข้างจะหยาบด้วยซ้ำ ไม่ต่างจากอัลบั้มอื่นๆ ซึ่งก็ถือว่าไม่แปลกที่แรปเปอร์มีเพลงที่เนื้อแร็พมักอวดอ้างทรัพย์สมบัติเงินทอง สุราและนารี อย่างเช่นท่อนนี้จากเพลง “On The Road” ที่ว่า “Got so many hits, can’t remember ’em all/While I’m taking a shit, look at the plaques on the wall” (มีเพลงฮิตเยอะ / จนจำได้ไม่หมด / นั่งขี้ไปมองแผ่นรางวัลบนผนังไป) ที่ผู้เขียนฟังแล้วกาแฟแทบพุ่งออกจากปาก ฮาก็ฮา มันส์ก็มันส์ และโพสตี้ก็คือโพสตี้

ถ้าตั้งใจฟังความหมายในเพลงที่ส่วนใหญ่มีจังหวะอัพบีทและชวนโยกของ Posty ในอัลบั้มนี้แล้วจะเห็นและรู้สึกได้ถึงสภาวะความรู้สึกและอารมณ์ที่ค่อนข้างหม่นหมองของเขาได้ หลายเพลงมีเนื้อร้องที่เศร้า ดาร์ก เดียวดายที่แฝงอยู่ในจังหวะ catchy ติดหูตามสไตล์ Post Malone

มาดูกันเพลงต่อเพลงเลย

Hollywood’s Bleeding

เป็นไตเติ้ลแทร็คที่เริ่มต้นด้วยโทนเชื่องช้าและเพิ่มความเร็วของจังหวะขึ้นกลางเพลงแล้วดึงให้ยืดยานในตอนท้าย โอดครวญถึงชีวิตในฮอลลีวูดที่เต็มไปด้วยปาร์ตี้ ความอึมครึมจากการเสพยา รายล้อมด้วยผู้คนแต่ยังเดียวดาย โยกตามได้และฟังเพลินแต่คงไม่ใช่เพลงที่จะช่วยสร้างมู้ดแฮปปี้ได้

Saint-Tropez

เพลงนี้อารมณ์ดี ฟังแล้วยิ้มได้ บอกเล่าเรื่องราวของความวิจิตรฟู่ฟ่าของชีวิตร็อคสตาร์อย่าง Posty ที่ทำงานหนักและทุ่มเทกว่าจะได้ความหรูหราอย่าง “กางเกงชั้นในเวอร์ซาเช่และเพชร 50 กะรัตบนกำปั้น” เหล่านี้มา รวยขนาดไม่ปาร์ตี้แค่ในอเมริกาแล้วแต่ไปชิลได้ถึงเดสติเนชั่นเศรษฐี Saint Tropez ใน French Riviera เพลงนี้จังหวะสเวย์ชวนโยกคอและด้วยเนื้อร้องที่ฮุกคนฟังทันทีอย่าง

“This shit bliss / I’m so rich / Abs like Abercrombie Fitch” (ชีวิตดี๊ดี / ข้ารวยโคตร / กล้ามท้องแน่นอย่างนายแบบ Abercrombie Fitch )

“Versace boxers on my dick / Bud Light runnin’ through my piss” (บ็อกเซอร์ของเวอร์ซาเช่บนไอ้จู๋ / ฉี่เบียร์บัดไลท์ไหลเป็นสาย)

จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เพลงนี้จะติดกระแสอย่างรวดเร็ว Posty บอกกับ Spotify ว่า “เพลงนี้สนุกดี เป็นเพลงที่ผมอยากให้มันออกมาใสเอี่ยมไฉไล เล่านู่นนี่ไป เพราะว่าผมก็อยากมีความสมดุลอยู่”

Enemies (ft. DaBaby)

เพลงที่พูดถึงเรื่องการมีเพื่อนรักหักเหลี่ยมที่ครวญในทำนอง easy listening ท่อนแร็พของ Da Baby ก็ร้องไว้ได้ดีมาก ในขณะที่ Posty ร้องถึงความมีชื่อเสียงได้ทำลายมิตรภาพของเขาและเพื่อน Da Baby แร็พว่าเขาจะไม่มีวันทิ้ง Posty แน่นอน

Allergic

ผู้เขียนชอบเพลงนี้เป็นพิเศษด้วยท่อนคอรัสที่มีกลิ่นอาย throwback ไปในยุค 80s ผสมผสานความป๊อปพังค์ จะเอาไปเป็นเพลงเชียร์ก็น่าจะมันส์ดี โยกหัวตามได้แต่ฟังดูดีๆ เนื้อเพลงพูดถึงความสัมพันธ์ที่เป็นพิษระหว่างเขากับคนรัก

A Thousand Bad Times

ป๊อปสตาร์อย่าง Posty คงมีสาวๆ เข้ามาในชีวิตมากมายจนเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงหลายเพลง “A Thousand Bad Times” ก็เป็นอีกเพลงที่ฟังดูป๊อป จังหวะสนุก ทำนองแฮปปี้ เนื้อร้องพูดถึงสาวที่เข้ามาในชีวิตเพราะสถานะร็อคสตาร์ของเขา และแม้ว่าเธอจะสร้างปัญหา เขาก็ขาดเธอไม่ได้ ดูเหมือนว่าเธอคนนี้จะแสบไม่เบาเลยทีเดียว แต่ Posty บอกเอาอยู่ แค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก bitch!

Circles

เพลงรักที่เศร้าปนละมุนของ Posty ที่ยืนอันดับ 1 ของชาร์ต Billboard Hot 100 ประจำสัปดาห์นี้ (30 พ.ย. 2019)

“Circles” เป็นอีกเพลงที่เขาแต่งถึงเรื่องราวของตนกับหญิงคนรักที่วนเวียนไปมาในชีวิต ตัดสายใยไม่ขาดแม้ความรักที่มีจะลดน้อยลง ความ easy-listening และเสียงร้องที่แสดงอารมณ์ได้อย่างเข้าถึงของ Posty บวกกับท่อนฮุกที่ติดหูทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าเพลงนี้ยืนในอันดับต้นๆ ของชาร์ตนี้มากว่า 12 สัปดาห์แล้ว

Die For Me (ft. Future, Halsey)

เพลงดราม่าความรักหักหลังที่ได้ Halsey และ Future มาช่วยเติมเชื้อไฟ เป็นที่น่าสังเกตว่าศิลปินระดับ Halsey ไม่มายด์ที่ท่อนของเธอโผล่มาตอนหลัง ซึ่งในเพลง featuring ส่วนใหญ่ถ้ามีคนดังมาร่วมงานแล้วจะรีบโชว์ท่อนฟีเจอริ่งนั้นในท่อนแรกๆ ของเพลง

On The Road (ft. Meek Mill & Lil Baby)

เพลงนี้ผู้เขียนขอเรียกเป็นการส่วนตัวว่าชอบน้อยที่สุดในอัลบั้มนี้ ไม่ใช่ว่าไม่ดีแต่เพราะไม่เด่น ด้วยทำนองที่ไม่แตกต่างจากซาวด์ที่เราเคยเคยได้ยินจากเพลงแร็พทั่วไป การฟีเจอริ่งของแรปเปอร์ทั้งสามก็มาแบบเนิบๆ แต่เนื้อเพลงแรง ตอกกลับ haters อย่างเจ็บแสบ ฟังแบบเพลินๆ ได้ ไม่พิเศษมาก

Take What You Want (ft. Ozzy Osbourne & Travis Scott)

โอ้ เสียงของลุง Ozzy คงความทรงพลังร็อคดั้งเดิมอย่างแสนวิเศษ และท่อนริฟกีต้าร์ในตอนท้ายที่สุดเจ๋งเรียกได้ว่ามาขโมยซีน Travis Scott ไปเลยทีเดียว

เพลงนี้เรียกว่าเป็นเพลงปลุกชีวิตให้ลุงกลับคืนมาหลังจากที่เผชิญปีชง มีปัญหาสุขภาพและประสบอุบัติเหตุเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ต้องรักษาตัวอยู่นานจนต้องยกเลิกทัวร์ไป หลังจากที่ลุง Ozzy ได้รับคำเชิญจาก Posty ให้มาร่วมร้องเพลงนี้ เขาจึงได้เจอกับ Andrew Watt โปรดิวเซอร์ของ Posty ที่ลงเอยมาทำอัลบั้มใหม่ของลุง Ozzy ในที่สุด

อ่าน Ozzy Osbourne เผยลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้งเพราะการร่วมงานกับ Post Malone หลังเจอปัญหาสุขภาพรุมเร้า

I’m Gonna Be

การมีเพลงให้กำลังใจเพลงนี้เข้ามาอัลบั้มช่วยเบรกความดาร์กลงไปได้เยอะทีเดียว “I’m Gonna Be” มีจังหวะดนตรี trap และเนื้อเพลงปลุกใจที่จุดประกายให้ใช้ชีวิตตามที่เราต้องการ ให้คุ้มค่า อย่าไปฟัง haters มาก

Staring At The Sun (ft. SZA)

การ collab นี่เป็นความลงตัวที่ไพเราะมาก ขอยกเสียงหวานๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของสาว SZA เป็นตัวเอกของเพลงนี้ Posty นั้นก็รองรับได้อย่างเพอร์เฟ็คต์ อีกครั้งที่ Posty พูดถึงความสัมพันธ์ที่เขายังไม่พร้อมจะทุ่มสุดตัว แต่หญิงคนรักก็ยังอ้อนวอนเรียกร้องมากกว่าที่เขาจะให้ได้ เศร้าได้อีก Posty

เพลงฮิตติดท้อปชาร์ตจากซาวด์แทร็ค Spider-Man: Into the Spider-Verse ที่ Posty เอามารวมไว้ในอัลบั้มนี้ด้วย ความพลิ้วและ catchy ของเพลงนี้ก็ถือว่าสู้กับเพลงใหม่ที่กำลังไต่ชาร์ตได้อยู่ โทนเสียง falsetto ของ Swae Lee บาลานซ์กับความแหบนุ่มของ Posty ได้อย่างน่าฟัง

Internet

ใจความของเพลงนี้นั้นสั้นๆ ง่ายๆ คือ internet คือแหล่งกำเนิดความทุกข์ เพลงนี้เรียกว่าเป็น hidden gem ของอัลบั้มก็ว่าได้ ด้วยแทร็คดนตรีที่ฟังราวกับล่องลอยอยู่บนมหาสมุทรแห่งเมฆหมอก ขอยกเครดิตความเจ๋งของเพลงนี้จากการได้ Kanye มาช่วยแต่ง

Goodbyes (feat. Young Thug)

ฟังมาถึงตรงนี้ก็คงจะเริ่มรู้จักธีมชีวิตของ Posty ช่วงแต่งเพลงอัลบั้มนี้ดีแล้วสินะ ดูเหมือนว่าเขากำลังอยู่ในช่วงไม่อยากจริงจังกับความสัมพันธ์ หลายเพลงพูดถึงสาวคนรักที่มักมีปากเสียงกัน ผู้หญิงอยากให้เขาเปลี่ยนแปลง แต่ตัว Posty นั้นไม่พร้อมทุ่มเท พยายามผลักไสให้เธอออกไปจากชีวิตเขาเสียแต่เนิ่นๆ

ความโดดเด่นของเพลงนี้คือท่อนแร็พที่แหวกจากท่อนแร็พอื่นๆ จากอัลบั้มนี้ ด้วยเสียงที่แหลมสูงของ Young Thug ที่สร้างเอกลักษณ์ให้เพลงนี้ได้อย่างดี ทำนองที่ป๊อป ฟังง่าย อีกทั้งอ่อนไหวในอารมณ์

Myself

ทำนองเพราะมากจนฟังผิวเผินในตอนแรกอาจนึกว่าเป็นเพลง Michael Buble เลยทีเดียว แต่ถ้าฟังเนื้อเพลงแล้วจะรู้ว่า Posty ครวญถึงชีวิตที่ดูไม่มีหลักแหล่ง หากเดาไม่ผิดคือการไปทัวร์เรื่อยๆ จนทุกอย่างเป็นเพียงแค่เปลือก ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสำเร็จแต่กลับไร้แก่นสาร

ขอเรียกว่าเป็นอีกเพลงชาติของชายที่ไม่อยากจริงจังกับผู้หญิงในตอนนี้ เนื้อร้องเก๋ๆ ที่มี shoutout ให้ Jonas Brothers เพราะคำว่า sucker ด้วย ใครชอบ R&B ก็น่าจะเอ็นจอย ฟังเพลิน ชิลๆ ดี

Wow

ตบท้ายอัลบั้มด้วยเพลงฮิตติดชาร์ตอีกเพลง “Wow” มีความเป็น Post Malone ที่เราคุ้นเคยอย่างเต็มเปี่ยม เพลง diss ฟังสนุกๆ ไม่ซีเรียส แดนซ์ตามได้ อารมณ์ดี

อัลบั้มนี้เป็นบทพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า Post Malone ที่อายุเพียง 24 ปีคนนี้ไม่ได้มาเล่นๆ อาจจะมีคนล้อเพลงเค้าใน 2 อัลบั้มแรกเพราะร้องตามง่าย และป๊อปจ๋า แต่ความหลากหลายของอัลบั้มนี้แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ทางดนตรีที่เขามีอย่างแท้จริง ตอนนี้ก็เป็นห่วงสุขภาพน้อง ทำงานและปาร์ตี้หนัก ขอให้น้อง Posty มีเวลาพักผ่อนหน่อยจะได้มีแรงทำเพลงดีๆ ให้พวกเราฟังกันไปนานๆ

Most Popular

To Top
%d bloggers like this: