Asia & K-Pop

อี แฮอิน โพสต์ยาวเล่าถึงการดูแลที่เข้าขั้นแย่มากของ Mnet ในระหว่างการถ่ายทำ ‘Idol School’

อี แฮอิน

อี แฮอิน อดีตผู้เข้าแข่งขัน รายการ ‘Produce 101’ และ ‘Idol School’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความขนาดยาว ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ชี้แจงถึงรายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ภายใต้ปมปัญหาเรื่องการล็อคผู้ชนะ และการแข่งขันของรายการ ซึ่งเธอย้ำว่า ‘Idol School’ มีหลายสื่อที่เขียนออกมาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ดังนั้นเธอจึงต้องทำการชี้แจง อย่างเป็นทางการผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวอีกครั้ง

โดยในแถลงการณ์ส่วนตัวของเธอเขียนว่า

สวัสดีค่ะ ฉันอีแอฮินค่ะ

ฉันไม่รู้จะพูด หรือ แสดงท่าทีอย่างไร เพราะว่า ฉันไม่มีสังกัดออกมาปกป้อง ดังนั้งฉันจึงตัดสินใจที่จะเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา เรื่องราวทั้งหมดไม่ใช่เหตุการณ์ที่ดี ฉันจึงไม่ได้อยากพูดถึงมันอีก เพราะฉันเองก็เจ็บปวด แต่ฉันเองก็ไม่อยากให้เรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าผ่านพ่อฉันหรือคนอื่นๆ ฉันจึงอยากออกมาพูดความจริงด้วยตัวฉันเอง ฉันเชื่อว่ามันมีเรื่องราวที่ถูกกล่าวไปเกินจริงและเล่าไปเป็นทอดๆผ่านสื่อ

ในความเป็นจริง ตัวฉันก็ไม่รู้ค่ะว่า มันมีการโกงคะแนนในรายการจริงหรือเปล่า และฉันก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าในช่วงนั้นมันเป็นช่วงสำคัญในชีวิตฉันหรือไม่ เมื่อเวลาผ่านไปเป็นปีๆ ฉันก็ได้รู้สึกว่า ชีวิตคนเรามันไม่ยุติธรรมเลย และแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความจริงแล้วฉันก็ได้มีโอกาสได้พบกับแฟนๆที่สนับสนุนฉัน ฉันยังคิดว่า รายการ ‘Idol School’เป็นโอกาสที่ดี ที่ฉันไม่สามารถคว้ามันไว้ได้ แต่ฉันเชื่อว่า ความจริงของเรื่องนี้จะถูกเปิดเผยผ่านการสืบสวนสอบสวนโดยตำรวจค่ะ

สำหรับเรื่องการออดิชั่น 3,000คน มันเป็นความจริงค่ะที่เราถูกบอกว่าไม่ให้เข้าร่วม ถ้าทีมงานของ Mnet ยืนยันว่า ทุกคนในรายการได้ไปร่วมออดิชั่น ฉันก็ขอให้เปิดเผยวีดิโอในรอบแรกของการออดิชั่นออกมาด้วยค่ะ วันที่รายการออนแอร์วันแรกกับวันที่เราได้เริ่มเข้าหอพักนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจนค่ะ ฉันจะเล่าในสิ่งที่ฉันรู้ ความจริง และสิ่งที่เกิดขึ้นตอนถ่ายรายการ

ช่วงที่พวกเราได้เตรียมตัวสำหรับการแสดง “Mr. Mr.” ฉันได้เตรียมตัวสำหรับการแข่งหาที่1 ในทีมเหมือนกับProduce 101 ที่หาคนที่ได้ที่1 ในแต่ละทีม แต่ในวันแข่งขันจริง อยู่ดีๆพวกเขาก็เปลี่ยนกฎกะทันหัน จากเดิมการหาที่1ในแต่ละทีม เปลี่ยนเป็นแต่ละทีมแข่งกันเอง ช่วงทำการแข่งขัน คู่แข่งของเราแสดง “Catallena” ที่เป็นการแสดงเต้น การแสดงจึงเป็นการลิปซิงค์ทั้งเพลง ขณะเดียวการแสดงสดรอบสุดท้ายที่ออกอากาศ โปรดิวเซอร์ก็ไม่ยอมให้ฉันไปออดิชั่นเพลงใหม่ บอกแค่ว่าพวกเขาคัดค้านฉัน และก็มาบอกขอโทษ

มันมีมากกว่านั้น ช่วงที่เราต้องถ่ายทำพวกเราต้องเต้นตามจังหวะ และพูดว่าเพลงนี่ก็ดีนะ ทั้งๆที่มันไม่มีเพลงเปิดอยู่จริง และในการระหว่างทำทีมงานก็ให้เราทำเหมือนแสดงละคร โดยขอให้พวกเราทำเป็นหัวเราะ สนุกกับเพลง

อีกเรื่องที่ถูกบิดเบือนไปก็คือ จากเด็กฝึก 41คน มีบางคนเท่านั้นที่ได้เซ็นสัญญา ถ้า Mnet ยังยืนกรานในเรื่องนี้ว่าทุกคนได้รับการเซ็นสัญญา ก็ช่วยออกมาเปิดเผยรายละเอียดสัญญา รวมถึงการเดินบัญชีของธนาคารที่ทำธุรกรรมให้กับพวกเธอออกมาด้วยค่ะ ฉันเชือว่า ความจริงมันจะเห็นชัดว่า มีการจ่ายเงินคนที่เซ็นสัญญาจริงไหม

ช่วงก่อนหน้าวันสุดท้ายของ Idol School ที่ฉันถูกคัดออก ฉันคิดว่าตัวเองจะได้เดบิวต์ แต่พอฉันถูกกระทำเหมือนเป็นเด็กฝึกที่เขาไม่อยากให้แสดงโชว์สุดท้าย ฉันก็คิดแล้วว่า ตัวเองคงไม่ได้เดบิวต์ คุณคงไม่รู้ แต่ตัวฉันได้เตรียมคำพูดตอนถูกคัดออกไว้ด้วยค่ะ หลังจากเตรียมตัวทำการแสดง ฉันก็คิดนะคะว่าการแสดงนี้ (การแสดงสุดท้ายในรายการ) อาจเป็นการแสดงสุดท้ายในชีวิตของฉัน และมันก็เป็นไปตามที่ฉันคิด ฉันถูกคัดออกในลำดับที่11 ตอนนั้นฉันอยากจะถามทีมงาน ว่าทำไมส่งไมค์มาให้ฉันพูด ‘ทำไมให้คนได้อันดับ11 เป็นคนพูด ในเมื่ออันดับ10 ยังไม่ได้พูดเลย? วงนี้ถูกเลือกให้มีสมาชิก9 คนหนิคะ” ฉันอยากรู้ว่าพวกคุณคิดอะไรกันอยู่ตอนเลือก2ช็อต (ประกาศคนที่ได้เดบิวต์คนสุดท้าย) เป็นฉันกับพัคจีวอน ในเมื่อคุณก็รู้ว่าเราทั้งคู่ต่างเคยผ่านรายการเซอร์ไวเวิลมาก่อน

อย่างที่คุณได้รับรู้จากข่าว พวกเราต้องไปถ่ายทำที่ Yangpyung English Village ในเดือน พ.ค. และเราถูกไม่ให้ออกไปข้างนอกจนถึงวันสุดท้าย ฉันคิดว่าเป็นเพราะเราไม่มีค่ายเพลงที่จะปกป้องพวกเรา ระบบมันไม่เหมือน Produce 101 แม้จะถูกยึดมือถือเหมือนกัน แต่ระบบหอต่างกัน

แม้ว่าพวกเขาจะอนุญาตให้เราไปที่ร้าน Olive Young เดือนละครั้งเพื่อซื้อของใช้ที่จำเป็น แต่ที่นั้นฉันก็ไม่สามารถทานไรได้เลยนอกจากเป็นช่วงมื้ออาหาร เลยมีเพื่อนที่ไม่ได้ทานเพราะเหนื่อยจึงหลับไป หรือเหตุเพราะป่วย ต่างๆ แม้จะมีโรงอาหารในค่ายก็ตาม ทั้งนี้มีเพื่อนที่ได้ไปโรงเรียนครั้งหรือสองครั้งต่อเดือน เป็นจริงตามข่าวที่ออกไป และพอพวกเขากลับมาค่าย ก็จะซ่อนของกินไว้ในเสื้อผ้า แต่ก็ถูกสต๊าฟยึดเอาไปหาถูกค้นเจอ

ที่สำคัญเมือง ยางพยอง นั้นหนาวกว่ากรุงโซลมาก ตอนถ่ายทำผ่านไปจนถึงการแสดงสุดท้าย มีเพื่อนหลายคนที่จะเป็นไข้ พวกเธอก็พยายามยืนยันในเรื่องนี้ จนสุดท้ายเลยได้รับอนุญาติให้ได้รับแผ่นให้ความร้อนจากครอบครัวของพวกเธอเอง ส่วนโรงพยาบาลก็ไม่ให้ไป

ขณะเดียวกันตอนสต๊าฟสั่งอาหารและขนม เราก็ต้องหลบๆซ่อนๆแอบทานของเหลือจากพวกนั้น เราต้องถ่ายทำรายการโดยถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่อายุยังน้อย แต่พวกเธอก็ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎสำหรับการถ่ายทำ ผู้หญิงบางคนนอนในสตูดิโอ ซึ่งไม่มีแม้แต่หน้าต่าง และมันทำให้พวกเธอป่วย ซึ่งทางสตาฟฟ์ก็ไม่ยอมเปลี่ยนหอพักให้ ถ้าไม่ทักท้วงไรก็ไม่จัดการให้ พวกเขาแทบไม่เคยคิดถึงสภาพความเป็นอยู่ของผู้เข้าแข่งขันด้วยซ้ำ

ตลอด 5 เดือนที่ถ่ายทำ เขาต้องถ่ายทำบางครั้ง 24 ชั่วโมง เราไม่ได้ให้เงินเดือน ไม่ให้ออกไปข้างนอก เราเหมือนถูกขังอยู่ที่นั้น และเมื่อมีคนพูดว่า ” เธอเลือกจะทำแบบนั้นเอง” ฉันก็ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ฉันเชื่อว่า ถ้าคุณเลือกที่จะไปบริษัท เพราะว่าคุณอยากจะไปที่นั้น แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะต้องสามารถบังคับให้คุณต้องทำอะไรที่มันไม่ยุติธรรมด้วยนะ

ตอนถ่ายทำการแสดงครั้งสุดท้ายเสร็จ ฉันไม่มีอารมณ์จะเจอหน้าพ่อแม่หรือไปปาร์ตี้อำลาเลย ต้องไปคุยกับครูฝึกคนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์ สต๊าฟก็มาถามว่าจะร้องไห้ทำไม ฉันถามเรื่องการขอยุติสัญญา ในวันที่ฉันถูกเขี่ยออก และขอให้ชี้แจงความจริงเกี่ยวกับเรื่องคะแนนโหวต ฉันบอกว่า ชื่อของฉันถูกค้นหาในอันดับต้นของ การค้นหาแบบเรียลไทม์ และฉันเป็นผู้ชนะจริง ฉันบอกพวกเขาว่า ฉันไม่ต้องการที่จะอยู่ในทีมแล้ว ฉันเหนื่อย แต่ทางทีมงานให้สัญญาว่า พวกเขาจะสร้างทีมเดบิวต์วงใหม่ให้ พวกเขายังถามฉันว่า มีรายการไหนอยากไปออกหรือเปล่า พวกเขายังบอกว่า ให้ฉันไปลองเล่นละคร และงานอื่นๆ ด้วยสัญญาแบบส่วนตัว พวกเขาสัญญาว่าจะไม่ปล่อยปละละเลยฉัน และจะให้ฉันโปรโมทเดี่ยว ในระหว่างที่เตรียมตัวสร้างทีมใหม่

ต่อจากนั้นฉันก็มาร่วมงานกับเด็กฝึกคนอื่นๆช่วงสั้น เขาก็พูดกับพวกเราว่า ฉันสัญญาได้ว่า แฮอิน จะได้เดบิวต์แน่ ถ้าเด็กฝึกคนอื่นๆเตรียมตัวไม่ดี ฉันจะถูกดันในเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว หลังจากนั้นก็มาบอกว่าให้เป็นแดนเซอร์ที่ MAMA ให้เลื่อนการเดบิวต์ออกไปหน่อย ฉันก็พยายามให้กำลังใจน้องๆเด็กฝึก ฉันเห็นการทำรายการ ‘Produce 48’ และขอไปเข้าร่วมรายการ แต่ทางค่ายไม่ยอมให้ฉันไปออก และบอกให้ฉันฝึกฝนด้วยตัวเอง เพื่อรอการเดบิวต์ในช่วงเดือนต.ค. จากนั้นการเงินเริ่มมีปัญหา

เด็กฝึกก็มีสัญญาแบบเด็กฝึก และศิลปินก็มีสัญญาแบบศิลปิน สำหรับสัญญาแบบศิลปิน มันจะมีส่วนแบ่งรายได้ เป็นค่าฟี และคู่สัญญาก็จะต้องพยายามทำงานออกมาให้ ในขณะที่สัญญาของฉันกำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ ฉันก็ไม่เข้าใจว่า พวกเขาต้องบังคับให้ฉันต้องเซ็นสัญญาแบบศิลปิน ทั้งๆที่ฉันกลับมาเป็นเด็กฝึกอีกครั้ง แต่ฉันได้รับการโปรโมทเพียงสองงาน คือ ไปร่วมงานกับสถานีวิทยุ 1 ครั้งและไปร่วมงานแฟชั่นวีคอีก 1 ครั้ง ถ้าพวกเขาบอกว่า เขาให้งานฉันทำแล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรที่พูดอีกค่ะ และทุกครั้งที่ฉันบอกฉันไม่อยากจะทำ เขาจะพยายามโน้มน้าวให้ฉันทำให้ได้

เมื่อตุลาคมมาถึงและผ่านไป มันยากเหลือเกินไปสำหรับฉัน ในเชิงเศรษฐกิจ ดังนั้นฉันจึงขอให้มีการยกเลิกสัญญา แต่ก็ไม่มีผู้บริการคนไหนมาคุยกับฉัน ฉันอยากรู้ว่า ที่เคยสัญญาว่าจะ มีการเดบิวต์ ซึ่งมันไม่มีความชัดเจนอะไรเลย ฉันได้รับการชี้แจงว่า ไม่มีอะไรที่สามารถจะรับปากอะไรได้เลย แม้กระทั่งการที่ฉันจะโปรโมทตัวเองเป็นนักแสดง ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจว่า ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ ฉันก็ขอให้พวกเขายินยอมในการยกเลิกสัญญา ซึ่งเรื่องนี้มันเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และในเอกสารระบุว่า วันยกเลิกสัญญาจะเป็นวันที่ 30 เมษายน แต่กว่าจะได้การยกเลิกสัญญาจริงๆ คือในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังฉันพยายามเทียวไปทวงการเลิกสัญญาทุกวันในช่วงฤดูร้อน

นี่คือ กระดาษโพสต์อิท ที่ติดอยู่จริงในการยกเลิกสัญญา ฉันไม่สามารถซ่อนความผิดหวัง ที่คิดว่า ฉันเสียเวลาหลายปีกับสิ่งที่อยู่บนกระดาษโพสต์อิท ฉันไม่ต้องการที่จะพูดอะไรและฉันรู้ว่ายิ่งพูดมันจะยิ่งทำความสูญเสีย แต่พอมาคิดดูถ้าฉันไม่ได้พูดอะไรเลย มันจะเกิดความเข้าใจผิดมากมายและอาจจะทำฉันจะเสียใจในอนาคต ดังนั้น ฉันแค่บันทึกข้อเท็จจริง ฉันขอโทษที่ฉันเขียนข่าวร้ายนี้

อย่างที่คุณเห็นทั้งหมด ฉันเซ็นสัญญาสุดท้ายฉันก็ขอยกเลิก คงมีคนเหมือนกับฉัน หลายคนมีสัญญา แต่มันก็ไม่นำไปสู่การยอมรับก็ได้ และสาวๆบางคน ก็ไม่ได้รับสัญญาที่จะเดบิวต์ ดังนั้นฉันไม่คิดว่า การมีอยู่ของสัญญาไม่ใช่หลักฐาน ฉันบอกได้เลยว่า บรรดาเด็กฝึกก็ได้แค่เดาเท่านั้น และก็ไม่มีรู้ความจริงอะไรทั้งนั้น พวกเราไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะมีการคอนเฟิร์มการเดบิวต์ก่อนที่จบรายการ ฉันเพียงรู้ว่า มีคนออดิชั่น 3,000 คน ที่ไม่ได้ถูกคัดเลือกมาเป็น 41 คนสุดท้ายในการแข่งขัน ฉันหวังว่า จะไม่สร้างความเข้าใจผิดกันอีก

สำหรับผู้ที่ได้เดบิวต์จากรายการ idol School คือวง Fromis 9

To Top
%d bloggers like this: