Event

นภ พรชำนิ ชวนเพื่อนศิลปิน P.O.P, YKPB, Triumps Kingdom ร่วมกิจกรรม LIFEiS BEAUTiFUL ช่วยเหลือกลุ่มผู้ลี้ภัยทั่วโลก

คุยกับ นภ พรชำนิ กับที่มาของงาน LIFiS BEAUTiFUL ระดมทุนช่วยเหลือกลุ่มผู้ลี้ภัยทั่วโลก หวังเปิดสวิตซ์คนไทยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ใครเป็นแฟนเพลงของเบเกอรี่มิวสิคมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น (ก่อนที่จะมาเป็นค่ายเลิฟอีสในปัจจุบัน) ต้องรู้จัก พี่นภ พรชำนิ นักร้องมาดนุ่ม น้ำเสียงอบอุ่น แห่ง P.O.P (Period of Party) เจ้าของเพลงฮิตมากมายอาทิ Season Change, เพื่อเธอ, Baby I Love You, แสงหนึ่ง, จดหมายถึงเธอ และอีกมากมาย

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้พูดคุยกับพี่นภ เพราะช่วงหลังๆ มานี้มักจะเห็นพี่นภยุ่งอยู่กับงานกิจกรรมเพื่อสังคมในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด (LIFEiS) มาตลอด

Dudeplace มีโอกาสได้คุยกับพี่นภ ก็เพราะว่าทางไลฟ์อีส กำลังจะมีงานดีๆ ร่วมกับ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในชื่อ “LIFiS BEAUTiFUL – No boundaries for sharing” งานศิลปะความบันเทิง ไลฟ์สไตล์ที่ รวบรวมกลุ่มศิลปินชั้นนำทั้งศิลปินที่เป็นนักร้องอย่าง P.O.P, โยคีเพลย์บอย (YKPB), 2 Days Ago Kids และ โบ จ๊อยส์ Triumps Kingdom แล้วก็ศิลปินสตรีทอาร์ตรุ่นใหม่มาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อระดมทุนไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ลี้ภัยจากทั่วโลก ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 9–10 พ.ย. 2562 ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ สยามสแควร์

พี่นภ เล่าให้ฟังว่า LIFiS เปิดตัวมาได้ 2 ปีแล้ว ตั้งแต่ปลายปี 2017 เป็นบริษัทที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่ต่อยอดมาจากการทำเพลงมาตลอดระยะเวลา 20 ปีของพี่นภ และพี่บอย โกสิยพงษ์

“จุดเริ่มต้นมันเกิดจากการที่ผมกับพี่บอย ทำเพลงกันมาประมาณ 20 กว่าปีแล้ว และเพลงแต่ละเพลงที่เราแต่ง ก็ล้วนแต่เป็นเพลงที่อยากให้คนมีทัศนคติที่ดีต่อโลกใบนี้ ไม่เชิงว่าจะกอบกู้โลก แต่แค่ไม่ให้มันแย่ลงกว่าเดิม ทุกคนจะสัมผัสกับความรักความปราถนาดีที่อยู่ในเพลงของเรา แต่ความรักความปราถนาดีในเพลงนั้นมันก็จบอยู่แค่การฟัง อาจจะมีพลังงานอยู่ในตัว แต่ยังไม่เกิดออกมาเป็นแอคชั่น หรือการกระทำ นั่นคือสิ่งที่ผมปรึกษากับพี่บอยว่า “ทำดีกว่าพี่” เราเปลี่ยนพลังงานตรงนั้นมาเป็นเชิงการกระทำดีกว่า ก็เลยเป็น LIFiS ที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “พัฒนา ปลูกฝัง เปลี่ยนแปลง โลกนี้ให้มันดีขึ้น” แต่ไม่ใช่แก้ไขโลก เพราะว่าปัญหาในอดีตเราไม่สามารถกลับไปแก้มันได้ แต่เราจะต้องลงมือทำให้มันดีขึ้น ทำอย่างไร ทำด้วยทัศนคติอย่างไร หากได้มาสัมผัสกิจกรรมกับ LIFiS จะรู้เลยว่ามันมีทัศนคติเดียวกันกับเพลงที่เราเขียนไว้”

ตลอดระยะเวลาสองปีที่ LIFiS เกิดขึ้น ได้มีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมหลายอย่าง ที่เรียกว่าแทบจะทุกด้านในสังคม ทั้งกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคู่รักคู่แต่งงาน รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการเด็ก ล่าสุดปีนี้ ก็จะมีงาน “LIFiS BEAUTiFUL – No boundaries for sharing” ร่วมกับ UNHCR เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากทั่วโลก

เนื่องมาจากปัญหาจำนวนผู้ถูกบังคับให้ลี้ภัยจากสงคราม การประหัตประหาร และความขัดแย้งในปีที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นเกิน 70 ล้านคน ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่ UNHCR เคยประสบมาในระยะเวลาการทำงานเกือบ 70 ปี ด้วยจำนวนผู้คนที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้การดำเนินการหาทางออกมีความซับซ้อน ทาง UNHCR เองก็ระบุว่า ตัวเลข 70 ล้านนั้นมีมากกว่าประชากรไทยอีก ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ จำนวนผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้น 1 คนในทุก 2 วินาที และใน 1 วันจะมีผู้ลี้ภัยออกจากบ้านตนเองมากกว่า 37,000 คน และโดยเฉลี่ยแล้วผู้ลี้ภัยคนนึงจะต้องตกอยู่ในสถานะลี้ภัยเป็นเวลานานถึง 17 ปี การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เล็กๆ น้อยๆ จึงมีประโยชน์อย่างมาก

พี่นภ เล่าต่อว่า นอกจากโปรแกรมที่เราทำงานเอง มันก็ทำให้เห็นชัดแล้วว่า สิ่งที่เราทำจะต้องไม่ซ้ำกับที่คนเคยทำมาก่อน เหมือนการทำเพลง อัลบั้ม หรือคอนเสิร์ต เราต้องสร้างงานที่มันมีความเฉพาะตัว โดดเด่น แล้วสิ่งนั้นมันจะทำซ้ำไปได้เรื่อยๆ การทำงานของเราจะต้องเชื่อมกับหน่วยงานต่างๆ ด้วย ทั้งเอกชน ราชการ กระทรวงพัฒนาสังคมและมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อะไรก็ตามที่มันเกิดโครงการที่มันทำให้โลกดีขึ้น

นักร้องเสียงนุ่ม กล่าวอีกว่า สำหรับการร่วมงานกับหน่วยงานข้ามชาติ UNHCR เป็นงานที่ท้าทาย และเราอยากจะทำให้งานนี้เป็นงานที่เปิดสวิตซ์คนในสังคมให้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยมุ่งไปที่คนรุ่นใหม่ และคนในสังคมที่บางครั้งรู้สึกว่า “ฉันยังไม่พร้อมที่จะให้ใคร” แต่จริงๆ ส่วนตัวคิดว่าทุกคนพร้อมหมดแล้ว เพราะว่าเราอยู่ดีกินดีกว่าคนที่เขาเป็นผู้ลี้ภัยทั้งสิ้น ถ้าเรามองแค่นี้ออกก็จะเข้าใจ ก็จะบอกว่า “เออว่ะ จริงของพี่นภ” เพียงแค่ช่วย 5-10 บาทก็ถือว่าเป็นการช่วยแล้ว แต่จุดมุ่งหวังของกิจกรรมคืออยากให้เข้าใจคอนเส็ปของการให้ ต่อไปก็จะกลายเป็นพลเมืองที่ไม่ได้คิดถึงแต่ตนเอง แต่เป็นพลเมืองที่มีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง และคนอื่นในเวลาเดียวกัน

“นี่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หวังว่า จะได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเด็ก และเยาวชนในบ้านเรา ที่จะส่งต่อความรักข้ามเขตแดนออกไป ผมเชื่อว่ามีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากในทุกๆ มุมของสังคม ที่มีความตั้งใจอยากทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ซึ่งพวกเขาแค่รอจังหวะในการเชื่อมโยงเข้าหากันเท่านั้นเอง ผมหวังว่างานนี้จะเป็นการจุดประกายการเริ่มต้น เป็นพื้นที่เปิดกว้างเพื่อทุกคน ไม่ว่าจะวัยใด เชื้อชาติใดก็ตาม ทุกคนสามารถมาร่วมกิจกรรมและสร้างความเกื้อกูลในแบบของตัวเองต่อเพื่อนมนุษย์ได้อย่างดีที่สุด ซึ่งต้องขอบคุณผู้ร่วมสนับสนุนกับเรา ซึ่งหลายๆ หน่วยงานพันธมิตร ล้วนแต่เป็นหน่วยงานฮิปเตอร์ทั้งนั้นเลย มีแต่คนรุ่นใหม่ล้วนๆ ผมก็คาดว่างานนี้จะระดมทุนได้ ซักประมาณ 1 ล้านบาท” พี่นภ กล่าว

เดียร์ คาร์เมลา พากีโอ รองผู้แทน UNHCR และนภ พรชำนิ

สำหรับงาน LIFEiS BEAUTiFUL – No boundaries for sharing จะประกอบด้วยกิจกรรมสนุกสนาน อาทิ ตลาดฟลีมาร์เก็ตขายอาหารและสินค้า งานสตรีทอาร์ต การแสดงทางศิลปะ คอนเสิร์ตการกุศล ดีเจเปิดแผ่น การตั้งแสดงบ้านพักพิงชั่วคราวรุ่นใหม่ของผู้ลี้ภัย และยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้ร่วมสนุกอย่างสร้างสรรค์อีกมากมาย รวมทั้งมีการแสดงทางศิลปะโดยศิลปินสตรีทอาร์ตรุ่นใหม่ อย่าง กบ กอร์ บอร์ วอร์ (พงษ์ภาสกร กุลถิรธรรม) และ NEV3R (มงคล รัตนภักดี) และยังได้ความร่วมมือจากนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ อย่าง รักกิจ (รักกิจ ควรหาเวช), ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล, An Officer Dies (กอล์ฟ-ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาต), Benzilla (เบนซ์-ปริญญา พิเชษฐศิริพร) และ Happy Pomme Studio (ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง) ที่ช่วยออกแบบกระเป๋าผ้าคอลเลกชั่นพิเศษเฉพาะสำหรับงานนี้ เมื่อซื้อกระเป๋า 1 ใบ เด็กผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงในประเทศไทยจะได้รับชุดเครื่องเขียน 1 ชุด เป็นการให้และส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ลี้ภัยเพื่อนำไปใช้สร้างสรรค์ต่อไป และยังมีคอนเสิร์ตเพื่อการกุศลในวันที่ 10 พ.ย.โดยศิลปินนักร้องชื่อดัง นำโดย พี่นภ พรชำนิ เอง และ P. O. P พร้อมแขกรับเชิญอย่าง YKPB, 2 Days Ago Kids และ Triumps Kingdom

“ศิลปินที่มาร่วม ก็เป็นคนสนิททั้งนั้นเลย พวกเราจะรวมตัวกันทำกิจกรรมการกุศลปีละครั้งอยู่แล้ว และปีนี้ก็มารวมตัวกันที่งานนี้เลย ต้องบอกว่าไม่ใช่ง่ายๆ ที่จะได้ดู เพราะคอนเสิร์ตปกติ ตั๋วจะจำหน่ายหมดเร็วมาก ยิ่งงานนี้มีบัตรให้แค่ 600 ใบ ต้องรีบเลย”

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมยังจะจัดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.- 8 ธ.ค. 2562 ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ โดย UNHCR, LIFEiS Group และ Documentary Club ร่วมมือกันรวบรวมภาพยนตร์ และสารคดีที่มีเรื่องราวแห่งการแบ่งปัน และน่าสนใจเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยมาฉาย นำโดยสารคดีสั้น Lost & Found ของ National Geographic Documentary Films ฝีมือผู้กำกับรางวัลออสการ์ ออร์แลนโด วอน ไอน์ซีเดล (Orlando von Einsiedel) เกี่ยวกับเรื่องราวของชายชาวโรฮิงญา ผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีมอบความช่วยเหลือในการคอยค้นหาเด็กที่สูญหายในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ ให้พวกเขาได้พบกับครอบครัวอีกครั้ง

บัตรคอนเสิร์ตเพื่อการกุศล บัตรภาพยนตร์ และกระเป๋าผ้า LIFEiS BEAUTiFUL คอลเลกชั่นพิเศษ จัดจำหน่ายออนไลน์ที่ www.ticketmelon.com โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ UNHCR เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้ลี้ภัยจากสงคราม การประหัตประหาร และความขัดแย้งทั่วโลก

สุดท้ายแล้ว เมื่อถามถึงงานเพลง พี่นภ บอกว่า “ผมค่อนข้างฝืด เพราะเวลาทั้งหมดเราอุทิศให้กับ LIFiS เป็นส่วนใหญ่ เวลาเราทำงานเพลงหัวสมองมันต้องโล่งพอสมควรมันก็ยังไม่มีเวลาว่างที่จะไปเข้าสตูดิโอ เพราะงานเพลงมันต้องอาศัยความว่างด้วย คิดว่าจะกลับไปเข้าสตูดิโออีกทีก็ต่อเมื่อว่าง ต้องรออีกสักพักเพราะครั้งที่แล้วบอกจะออกอัลบั้มใหม่แต่ก็บอกสักพักมากว่าสองปีแล้ว”

หมายเหตุ : LIFEiS เกิดจากการรวมตัวกันของบุคลากรทุกสาขาอาชีพ ต่างมุมมอง แต่มีเป้าหมายเดียวกันคืออยากพัฒนาสังคมไทยให้ดีขึ้น จึงจัดตั้งเป็น “กลุ่มธุรกิจ” ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างสังคมแห่งการเกื้อกูล (Ecosystem of Co-fulfillment) เพราะเชื่อว่าคนไทยมีจิตใจที่พร้อมจะแบ่งปันสิ่งดีๆให้กับคนอื่นอยู่เป็นทุน แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้เร็วแค่ไหน และสามารถส่งต่อสิ่งเหล่านั้นจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างไร จึงเริ่มลงมือปลูกเมล็ดพันธ์แห่งการแบ่งปันตั้งแต่วันนี้ และเชื่อว่าเมล็ดพันธ์เหล่านั้น จะเติบโตขึ้นจนกลายเป็นวัฒนธรรมแห่งการแบ่งปันในที่สุด

Most Popular

To Top
%d bloggers like this: