Asia & K-Pop

ซึงรี เปิดใจกับสื่อ ตอบทุกประเด็นในข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น

ซึงรี

ซึงรี ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออีกครั้ง กับสำนักข่าว Chosun Ilbo ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ซึ่งเขายอมเผยถึงประเด็นต่างๆของเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Burning Sun ข้อสงสัยการค้าประเวณี และ ความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง

เมื่อถามว่าเขาอยากจะให้สัมภาษณ์สื่อทำไม ซึงรี ตอบว่า “จริงๆแล้ว ผมไม่คิดว่าผมอยู่ในจุดที่จะสามารถออกมาด้วยท่าทีที่หนักแน่น หรือ บอกว่าผมกำลังได้รับความเจ็บปวดจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมได้ครับ ผมได้แสดงแนวทางที่ไม่เหมาะสมในฐานะบุคคลสาธารณะ และได้เข้าไปเกี่ยวพันในธุรกิจที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกเหมือนว่าสิ่งที่ถูกรายงานตอนนี้มันมาไกลเกินกว่าความจริงแล้วครับ ผมอยากที่จะพูดความจริงที่ผมรู้ และแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นครับ”

นักข่าวถามว่า “ธุรกิจผิดกฎหมาย” นั่นหมายถึงไนท์คลับ Burning Sun ใช่หรือไม่ ซึงรี ตอบว่า ใช่ พร้อมกับอธิบายถึงความเข้าใจผิดที่เขาเป็นเจ้าของว่า “ผมคิดว่ามันเป็นเพราะผมเคยบอกในรายการ ‘I Live Alone’ และในรายการอื่นๆว่าผมทำธุรกิจต่างๆเองทั้งหมด คลับและโรงแรมต่างต้องการที่จะดึงดูดกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น รวมไปถึงชาวต่างชาติ ฉะนั้นชื่อและภาพลักษณ์ของผมจึงถูกใช้ในการโปรโมต ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดครับ ผมมีความสุขกับการเป็นดีเจ ฉะนั้นผมจึงไม่คิดว่าเป็นความคิดที่แย่อะไรในเวลานั้น และเพราะว่าเป็นคลับที่เปิดในโรงแรม ผมจึงไม่คิดว่าจะมีสิ่งแย่ๆเกิดขึ้นครับ”

“CEO อีซองฮยอน และ อีมุนโฮ มีหน้าที่ในการทำทุกอย่างตั้งแต่การจัดการดูแล ไปจนถึงด้านการเงิน และ พนักงาน ผมไม่เคยเข้าร่วมการประชุมของ Burning Sun และไม่เคยได้รับลิสต์รายชื่อพนักงานหรือคำนวณรายได้ของพวกเขาเลยครับ ผมเป็นเพียงแค่หน้าตาของคลับเท่านั้นจริงๆ ทุกอย่างที่ผมทำคือแค่ให้ยืมชื่อและลงทุน 10 ล้านวอน ผ่าน Yuri Holdings ครับ” ซึงรี ระบุ

นอกเหนือจากนั้น ผมเองก็ไม่เคยมีกระทำที่ผิดกฎหมายภายในคลับ เช่น การอนุญาตให้เยาวชนเข้าคลับ หรือ ให้คนเสพยา ส่วนกรณีข้อสงสัยการเลี่ยงภาษีของ Burning Sun ซึงรี ก็ได้บอกว่า ถ้าหากพวกเขาทำเช่นนั้น ผมก็คงจะเป็นเหยื่อในฐานะผู้ถือหุ้น ผมไม่รู้อะไรเลย ทุกอย่างที่ผมทำคือโปรโมตให้พวกเขาเท่านั้นครับ

ซึงรี ยังตอบเกี่ยวกับเรื่องห้องแซทฉาวของ จองจุนยอง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ข้อความในห้องแชทดังกล่าวถูกปลอมแปลงขึ้น“มันเป็นข้อความเมื่อปี 2015 เราจะสามารถจดจำข้อความเมื่อ 3 ปีที่แล้วได้อย่างไรล่ะครับ? ผมจำสิ่งเหล่านั้นไม่ได้จริงๆ ผมไม่อยากเชื่อว่าผมพูดในสิ่งที่ได้มีการรายงานออกมา ผมเชื่อจริงๆว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาครับ”

ส่วนกรณีการค้าประเวณี ซึงรี ได้อธิบายว่า “ในกรณีของ Club Arena มีผู้หญิงคนหนึ่งจากสิงคโปร์ชื่อ Kimmy เธอเป็นลูกสาวของเจ้าของสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียง เธอได้ขอให้ผมช่วยเหลือในหลายๆเรื่อง ฉะนั้นผมแค่อยากจะช่วยเหลือเฉยๆครับ” ซึงรี ได้ปฏิเสธว่าผู้หญิงที่เขาชวนไม่ได้เป็นหญิงค้าบริการ เช่นเดียวกับที่ทนายของเขาได้กล่าวก่อนหน้านี้

มาถึงกรณีเป็นตัวกลางในการจัดหาหญิงค้าบริการสำหรับทริปที่อินโดนีเซีย ซึงรี เผยว่า “ผมได้ลงทุนกับเขาไป 2,000 ล้านวอนและก็ยังไม่ได้รับเงินคืนเลยครับ ผมจึงต้องทำดีกับเขา เขาถามผมให้ผมช่วยแนะนำใครสักคนไปด้วยกันกับเขาตอนที่จะไปอินโดนีเซีย เขาบอกว่าเขาต้องการสำรองเงินไว้สำหรับคนที่จะไปกับเขาจำนวนหนึ่ง และถามว่า 10 ล้านวอนพอหรือเปล่า ผมได้ทวนจำนวนเงินกับเขาเพื่อความถูกต้อง เท่านั้นเลยครับ แต่ต่อมาเขาบอกผมว่าหาได้เองแล้วจึงได้ยกเลิกไป” ซึงรี บอกเพิ่มเติมว่า “สุดท้ายผมก็ไม่ได้เงินคืน ผมได้ฟ้องร้องเขาเมื่อปี 2015 แต่เขาขู่ผมว่าจะนำเรื่องไปบอกสื่อ ฉะนั้นผมจึงถอนฟ้องไปครับ”

ในส่วนการรู้จักกับผู้กำกับอาวุโสยุน ซึ่งต้องสงสัยว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการปกปิดความผิดที่คนได้ห้องแชทได้กระทำ ซึงรี ตอบว่า “ยูอินซอก แนะนำกับผมว่าเขาเป็นคนดี ผมรู้แค่ว่าเขาเคยทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล ฉะนั้นเราเลยเคยทานข้าวด้วยกันมื้อหนึ่งครับ เราพบกันทั้งหมด 4 ครั้งหลังจากนั้นจนถึงช่วงหน้าหนาวที่แล้ว เราไม่เคยพูดคุยกันเกี่ยวกับคลับเลย เขาชอบที่จะเล่าถึงเรื่องประวัติศาสตร์ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาไม่รู้จัก BIGBANG แต่เขาบอกว่าเขาเริ่มฟังเพลงของ BIGBANG หลังจากที่รู้จักผม ชเวจงฮุนเคยไปตีกอล์ฟด้วยกันกับเขาแต่ผมไม่เคยครับ ไม่มีเรื่องการติดสินบนใดๆเกิดขึ้น แม้กระทั่งตอนที่ยูอินซอกพยายามจะเลี้ยงข้าวเขา เขายังโมโหและบอกว่าเขาอาจจะมีปัญหาได้ฉะนั้นเขาจึงจ่ายเงินทุกอย่างเองหมดเลยครับ”

ซึงรี ยังได้ตอบคำถามว่าทำไมเขาหรือคนอื่นๆในห้องแชทไม่เคยห้ามปรามการกระทำของจองจุนยองที่เขาได้แชร์คลิปแอบถ่ายอย่างผิดกฎหมาย ว่า “ข้อความเหล่านั้นมันไม่ใช่ชีวิตทั้งหมดของผมนะครับ แน่นอนว่าผมเคยบอกให้เขาหยุดทำแล้ว ตอนที่เราเจอกันเอง(ออฟไลน์) ผมเคยบอกให้เขาหยุดทำและบอกเขาว่าอาจจะมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นกับเขาได้ ผมได้บอกกับพวกเขาทั้งหมด ไม่ใช่แค่จองจุนยอง เพียงแค่ว่ามันไม่ได้มีอยู่ในบทข้อความบทสนทนาเท่านั้นเองครับ”

สุดท้ายนี้ ซึงรี ยังได้ปิดท้ายการให้สัมภาษณ์ด้วยการบอกว่า “ความหวังเพียงอย่างเดียวของผมคือการที่การสืบสวนและผลลัพธ์จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ผมรู้สึกเสียใจต่อแฟนๆและสาธารณชน YG และ เพื่อนในวงที่อยู่กับผมมายาวนานกว่า 10 ปี ไม่ว่าผลลัพธ์ของการสืบสวนมันจะออกมาอย่างไร ผมเชื่อว่าผมจะจำเรื่องนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือของผมครับ ผมจะทบทวนตัวเองครับ เมื่อเห็นว่าการกระทำผิดเมื่อหลายปีก่อนมันส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่เป็นประเด็นใหญ่ขนาดนี้ ผมรู้สึกเศร้าและอับอายมากครับ ผมหวังว่าทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขเร็วๆนี้เพื่อที่สาธารณชนจะไม่รู้สึกอึดอัดใจอีกต่อไปครับ”

ที่มา SOOMpi

Click to comment

Leave a Reply

To Top
%d bloggers like this: