Article

ป้องกันไว้ไม่ให้เป็นโรคเสียงดังในหู นักดนตรีและคอดนตรีควรอ่าน

หากคุณมีใจรักดนตรี ชอบฟังดนตรี หรือเป็นนักดนตรี คุณอาจจะชอบฟังดนตรีเสียงดัง หรือจำเป็นต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เสียงดังมากกว่าปกติเป็นเวลานานๆ การทำเช่นนั้นบ่อยครั้งอาจส่งผลให้ระบบการได้ยินของคุณเสียหายได้ ซึ่งสำหรับคนที่รักในการฟังดนตรีแล้ว มันช่างเป็นเรื่องที่น่าใจหาย ลองคิดดู ถ้าคุณไม่สามารถได้ยินแทรคโปรดในทุกความถี่เสียง หรือไปชมคอนเสิร์ตได้ หรือต้องเลิกเล่นเครื่องดนตรี มันจะแย่มากแค่ไหน เชื่อหรือไม่ นี่คือสิ่งที่หลายๆ คนกำลังเผชิญอยู่

audience band blur concert

Photo by Kaique Rocha on Pexels.com

การได้ยินเป็นปัจจัยที่สำคัญในชีวิตเรามากและมันก็มีความเปราะบางมากเช่นกัน

เวลาที่ระดับเสียงมีความสูงมากๆ มันจะกดเซลส์ขนในอวัยวะรูปหอยโข่งในหูชั้นในไว้ ซึ่งเป็นตัวส่งแรงกระตุ้นประสาทเสียงไปสู่สมอง โดยถ้าเซลส์ขนถูกกดไว้ระยะนานๆ หรือบ่อยครั้ง มันก็จะตายไปและไม่เกิดขึ้นใหม่ เซลส์ขนคือตัวตอบรับความถี่เสียงระดับต่างๆ หากคุณทำลายเซลส์ขนแล้ว แม้คุณจะไม่ได้หูหนวกไปเลยก็ตาม แต่คุณก็อาจสูญเสียแบนด์วิธเสียงที่ช่วยให้ได้ยินโทนต่างๆ ได้ ซึ่งโดยมากจะเป็นความถี่เสียงสูงและต่ำ สิ่งนี้เรียกว่า การสูญเสียการได้ยินจากการฟังดนตรี

ลองคิดดูว่าถ้าคุณลดเสียงเทรเบิลหรือโทนกลางลงจากแอมพ์ เสียงเพลงจะมีความชัดน้อยลงและฟังอื้ออึงขึ้นใช่มั้ย นั่นแหละ คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับระบบประสาทการได้ยินของคุณได้  

หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับเซลส์ขนในหูชั้นในรูปหอยโข่งแล้ว อาจทำให้เป็นโรคเสียงในหู หรือเสียงแว่วในหูได้ ซึ่งหมายถึงอาการที่เราได้ยินเสียงเสียงวิ้งๆ หรืออื้อๆ ในหัวตลอดเวลา สำหรับหลายๆ คน อาจเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวและอาชีพเลยทีเดียว

man in maroon tank top

Photo by Genaro Servín on Pexels.com

 

มีปัจจัยหลัก 2 ตัวที่นักดนตรีหรือคนฟังดนตรีทั้งหลายควรพึงใส่ใจ คือ ระดับความดังของเสียงและระยะเวลาที่เราได้ยินเสียง

เสียง ถูกวัดเป็นเดซิเบล (dB A) โดยเป็นการวัดความกดของเสียงเชิงลอการิทึม

หากมีการเพิ่มระดับเสียง 3 เดซิเบล ความดังของเสียงจะเพิ่มขึ้นสองเท่า นั่นหมายถึงคุณควรลดระยะเวลาที่ได้ยินเสียงดังลงครึ่งหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น เสียงกลองแบบอะคูสติกที่เล่นแบบปกติ ไม่ต้องใส่ความแรงแบบเมทัล จะมีความดังอยู่ที่ประมาณ 94 เดซิเบล ระยะเวลาที่คุณควรได้ยินเสียงนั้นอย่างปลอดภัยคือ 1 ชั่วโมง ถ้าคุณเพิ่มระดับเสียงขึ้นอีก 3 เดซิเบลเป็น 97 เดซิเบล ระยะปลอดภัยในการฟังของคุณคือ 30 นาที เวทีคอนเสิร์ตและคลับต่างๆ โดยปกติจะมีระดับเสียงดังกว่านั้น ราวๆ 100 เดซิเบล ดังนั้นระยะความปลอดภัยในการได้ยินเสียงจะอยู่ที่ 15 นาทีเท่านั้น

สมัยนี้มีเทคโนโลยีช่วยให้คุณปกป้องหูของคุณได้มากมาย คุณสามารถหาซื้อที่อุดหูที่สามารถปรับระดับเสียงลงได้และช่วยรักษาคุณภาพเสียงไว้ในขณะเดียวกัน ซึ่งช่วยให้คุณสามารถอยู่ในคอนเสิร์ตหรือฟังดนตรีที่ชอบในระยะนานๆ ได้

มีที่อุดหูหลายแบบหลายราคาที่คุณสามารถเลือกซื้อได้ หากคุณต้องฟังดนตรีเสียงดังอยู่เป็นประจำ การลงทุนซื้อที่อุดหูคุณภาพดีย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะนี่คือหูที่คุณต้องปกป้อง ที่อุดหูหลายประเภทถูกออกแบบมาให้สวมได้พอดีสำหรับทุกคน แต่หากคุณอยากเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้แล้วการสั่งแบบทำพิเศษน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะคุณสามารถได้ที่อุดหูที่ฟิตรูปหูของคุณอย่างพอดี ทำให้ไม่มีเสียงส่วนเกินเล็ดลอดเข้ามาได้ อีกทั้งยังช่วยเก็บเสียงอะคูสติกได้อย่างดี มีตัวกรองปรับเสียงลงตามสิ่งแวดล้อมเสียงได้โดยไม่ทำให้เสียคุณภาพเสียงอีกด้วย

หากใครสนใจศึกษาข้อมูลต่อเพื่อหาที่อุดหูที่เหมาะกับตัวเอง มีคนทำรีวิวที่อุดหูยี่ห้อต่างๆ และจัดอันดับมาให้แล้ว เชิญช้อปกันตามอัธยาศัย 

รีวิวที่อุดหูจากเวบต่างๆ

The 10 Best Earplugs For Musicians

4 of the Best Earplugs for Musicians

Top 10 Best Earplugs for Concerts & Musicians in 2018 

ต้องขอออกตัวว่า Dudeplace ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับค่าโฆษณาใดๆ จากโพสต์ที่นำเสนอ เราเพียงอยากนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านเท่านั้น

Click to comment

Leave a Reply

To Top
%d bloggers like this: